M6YB AYC in HK
posted on 18 Dec 2009 21:57 by zairen in Diary, Gallery
หายศีรษะไปตั้งแต่จันทร์ที่ 14
เีรื่องจริงคือไปแอ่วฮองคองมากัีบเพื่อนฝูงครับ
ทั้งที่ไม่ได้มีกินมีใช้อะไร
แต่ได้อภิสิทธิ์ไปกะ รร เพราะดำรงตนอยู่ในฐานะนักเรียนโครงการภาคภาษาอังกฤษ!
เชี่ย! โยธินบูรณะแม่งเงินเหลือใช้สาด!
(อันที่จริงเป็น commitment ของ รร ตั้งแต่อยู่แรกเข้า ม.1 ว่าจะพาไปต่างประเทศตอนปีสุดท้ายครับ)
(อีพวกที่ไป ตอ กะ มหิดล ตอนขึ้นม.ปลายก็อดไปซะ)
ทริปผมไปกะเพื่อนเกือบสองร้อยชีวิตทั้งสายชั้น
บอกตรงๆผมไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้มาเที่ยว นอนโรงแรมดีดีกะเพื่อนกะฝูงตอนม.ปลายหรอกครับ
คราวนี้จึงควรจะเป็นที่จดจำล่ะนะ
ทริปนี้ include 4 วัน 3 คืน
ณ regal oriental hotel
เขตเกาลูน
คงไม่เขียนอะไรมากล่ะ
สาดภาพ+บรรยายแทนก็แล้วกัน
คำเตือน : 54kbps WARNING โหลดโหด
9 นาฬิกากว่าๆของวันที่้ 14
ติดรถพ่อป้าอ้วน <ชื่อเพื่อน มา (กราบขอบพระคุณ)
มาเป็นกลุ่มแรกๆของ รร เลย
ไม่ช้าก็ทยอยมากัน
ในภาพนี้คือตีนฉัตรชัย ผู้ไม่เคยขึ้นเครื่องบิน จึงตื่นเต้นเป็นอันมาก
"เชี่ยวิน มึงถ่ายรูปกูให้หน่อย"
"ในสุวรรณภูมิเนี่ยนะมึง"
"เออดิสัด กูจะไปอวดพ่อว่ามาเหยียบสนามบินไง"
"เชี่ยเด็ด เดี๋ยวกูถ่ายตีนมึงชัดๆเลย"
... ทำไมพวกเราแม่งตลกกันขนาดนี้เนี่ย
สักพักก็มากันทุกคน
สต๊าฟทำกรุ๊ปเช็คอิน โคตรน่าสงสาร สุดท้ายไม่สำเร็จ แยกกันเช็คอิน
นี่ถ่ายตอนรอคนกัน (โคตรนาน แหงล่ะ มากันเป็นร้อย)
อีกมุมของแถว โอ้ลืมบอกไป ผมไป UAE ด้วยนะ
ตอนนี้กะลังเป็นที่ popular ว่าถูกและดี
คุณพีส่งสายตาเยาะเย้ยให้พวกที่ยังรอเช็คอิน
ก่อนจะ้เรียกปนทองมาชักภาพ
โดยไม่ลืมจะแซวเรื่องแก้ม
ขบวน นร. ก็ค่อยๆพากันอพยพเข้าเกตไป
ข้ามช็อตพาฉัตรชัยทัวร์สนามบิน
ทุกคนก็มาอยู่บนเครื่องกันแล้ว
เครื่องของ UAE มี TV touchscreen ให้ทุกที่นั่งเลยนา
มีเกมให้เล่นฆ่าเวลา มีกล้อง forward และ downward ของเครื่องบินให้ดูด้วยล่ะครับ
แถมโทรศัพท์ไว้ติดต่่อกับ seat no. อื่นๆ
และก็ตามที่คา่ดคิด มีโทรศัพท์เกรียนๆมาจากที่้เพื่อนนั่ง
/รับสาย "สวัสดีครับ"
"---------censor------------"
เชี่ย ขอบใจที่โทรมาปลุก
ถ่ายด้านหลัง เห็นศุภชัยอยู่ไวไว
ก่อน take off ณ สุวรรณภูมิ
เครื่องเขย่าๆ ขย่มๆ ก่อนจะบินขึ้นไป
ลอยขึ้นมาแล้วแล
เอ่อลืมบอกไป ผมไม่ได้นั่ง window seat นะ
ยื่นมือไปถ่ายเอา (ไม่ได้เกรงใจเพื่อนเล้ย 555+)
ขึ้นมาที่ชั้น startrosphere (มั่ว)
หมู่เมฆแลดูน่าอร่อย
สูงขึ้นมาอีก เมฆดูก้อนเล็กลงไปถนัดตา
จบแล้วกับซีรีส์เมฆาล่องลม
นั่งตูดแฉะตี PONG อยู่บนเครื่องได้ประมาณสองชั่วโมง
เครื่องของเราก็ landing ลงณสนามบินอะไรสักอย่างที่ออกเสียงยากๆ ณ เกาะฮองคอง
เสียเ้วลาอยู่ที่ ตม. นานมาก เพราะเขาเปิดเกตแค่นิดเดียว
ต่อคิวกันยาวๆ
เริ่มสังเกตคนรอบข้างว่าแม่งพูดจากันทียังกะจะถลกแขนเสื้อต่อยกันเลยทีเดียว
หมู่มิตรเราเริ่มตลกกันอีกแล้ว
"เมื่อกี้คนฮ่องกงข้างหลังแม่งพูดว่า ไก้ อยู่ กู๊ อะมึง"
"แปลว่าเหี้ยไรวะ"
"กูเห็นแม่งทำมือชี้ไปข้างหน้าด้วย"
"แปลว่าข้างหน้าว่างรึเปล่าวะ"
"เออกูก็ว่างั้น"
"ไก้อยู่กู๊ มึง ไก้อยู่กู๊"
"กู๊อยู่ๆ"
ตลกกันได้ทุกอิริยาบถเลยจริงๆพวกมึง..
ผ่าน ตม. มาก็เดินกันต่อยาวๆ
แต่รู้สึกว่าสั้นกว่าสุวรรณภูมินะครับ (หัวเราะประชด)
เพดานของสนามบินฮองกง เห็นแล้วชอบใจพวกเส้นเส้นเลยถ่ายมา
สวยดีเนอะ
ขึ้นรถไฟของทางสนามบิน
ถ่ายเพื่อนๆที่กำลังแก๊กกันกระจาย
อชิตพลมึงท๊อปฟอร์มมากอะ (555+)
คุณพีเข้ามาเผือกเข้ามาในเฟรมอีกแล้ว
ทั้งคันรถมีแต่โยธินจริงๆ
ลงจากรถมาขึ้นบันไดเลื่อนไปข้างบน
จะออกไปกันแล้วล่ะ
ขึ้นมากันเสร็จแล้วก็รวมพลกันสักครู่ รอรถทัวร์นา
รูปหมู่แบบแอ่บถ่าย
พี่กีตาร์แม่มชอบโผล่เข้ามาในเฟรมจังวะ
รูปของเพดานอีกฝั่งของสนามบิน
ดูไม่น่าเบื่อดีนะครับ
ก่อนจะหมดวันแรกด้วยการไปกินมื้อเย็นที่ภัตตาคาร
รู้สึกว่าเลือกโต๊ะผิดชิบหายเลย
แต่ละคน แดกกันชนิดลืมตาย
เป็ดย่างลงมา วนจานเวียนได้แค่รอบเดียว เหลือแต่หัวไว้ดูเล่น..
สุดยอดจริงๆว่ะเพื่อนเรา
อนึ่ง สั่งข้าว (rice) อีกสักพักได้น้ำแข็ง (ice) มา
เชี่ย เป็นอาณานิคมท่านอาเธอร์กันมาตั้งกี่ปีวะเนี่ยย
เริ่มต้นวันใหม่ที่ฮองกงด้วยการไปเยี่ยมชม HKUST
ฮองกงยู ออฟ ไซแอนส์ แอนด์ เทคนอลอจีั
ตึกเรียนของเขาสุดยอดมากครับ
ทั้งมหาลัยนี่ พื้นที่ขนาดภูเขาเป็นลูกๆเลยแหละ
ขนาดเป็นแค่เกาะ แต่ก็จัดสรรพื้นที่ได้ดีจริงๆนะเออ
บร๊ะ ว่าแ้ล้วก็เอนท์เข้าผังเมืองซะดีไหม (555+)
ฟังแนะนำยูเสร็จแล้วก็นั่งจั่วจอยกันสนุกสนาน
DJMAX กันได้เรื่อยๆ กับบร๊ะศาสดากัญชา
ยูเค้าก็น่าเรียนน่าดูเลยครับ
สำหรับคนสนใจทางวิทยา วิศวะ อะไรทำนองนี้ล่ะนา
พวกตกฟิสิกส์อย่างผมก็เออออห่อหมก เดินดูวิวไปเรื่อยๆละกัน
มื้อกลางวันเรามาแดรกกันที่ภัตตารริมทะเล
แต่แม่มเสือกไม่มีอาหารทะเลสักจานเลยครับ
ไม่รู้จะำพาไปที่อ่าวทำชะมดอะไร อาหารก็มีแต่ผักๆไก่ๆเหมือนเดิม
เลยแอบลงไปเซอร์เวย์รอบๆ
เจอเซเว่นฮองกง แวะไปจกไปเทมลับมา
โค้กเลมอน! ที่ไทยไม่มีนะ!~
ไม่รู้ที่ใดมีขายบ้างเหมือนกัน แต่อดใจไม่ไหวจริงๆครับ ต้องลองเสียหน่อยล่ะ
ดูเหมือนแถวนี้จะไม่มีใครทราบว่าผมเป็น COKE Addicted
ดูตรง BARCODE สิ! มี design ด้วยนะ!
(แฟนบอยอวยโค้กสุดชีวิตอะครับ (หัวเราะ) )
กินกันเสร็จแล้วก็ไปดูอีกยูนึง ชื่อ Chinese อะไรสักอย่าง
เห็นเคาพูดกันว่า ถ้ายูตอนเช้า คือมหิดล ยูตอนบ่ายก็คือจุฬา
ผมก็ประทับใจทั้งสองยูเลยล่ะครับ
เพราะเบาะที่นั่งในห้องเล็คเชอร์นุ่มมาก
เพิ่งแด๊กข้าวมาเสร็จใหม่ๆ หลับสบ๊ายสบาย (หัวเราะ)
จนถึงตอนเย็นของวัน ก็ออกมาล่องเรือดูไฟกัน
อ่าวของฮองกงนี่เค้ามีชื่อเรื่องไฟสวยครับ เป็น spot เที่ยวเลย
ชื่อ Symphony of the Light
หรืออะไรสักอย่างเนี่ยแหละครับ
ก่อนที่จะล่องเรือนั่นมีฝนตกพอสมควร รูปเลยมีพวกหมอกๆล่ะนะ
กล้องดี คนถ่ายห่วย รูปไม่ได้ดังใจ
แอบถ่ายเพื่อนๆ
ชอบรูปนี้
เป็นอาแปะตกปลาครับ!
พิลึกดีนะ มานั่งตกปลาตอนค่ำๆในเมืองใหญ่ขนาดนี้
สักพักแกก็ได้ปลา่ครับ เจ๋งจริงๆ
อีักมุมนึงซึ่งไร้อาแปะ
ฝั่งตรงข้ามของอ่าว
ไฟเห็นอยู่ลิบๆ
รอเรือนานเลยเบื่อ
เดินเล่นไปไปมามารอบครับ
ฝนตกไม่หยุดด้วย ถ่ายรูปทีงี้ัเสียวกล้องเจ๊งจัง
แหวกฝูงอาม่าไปถ่ายมา
เสาไฟ ณ ที่จอดรถบัส
ตึกหนึ่งที่สูงๆ
ตีนผมกับคุณพี
มาเหยียบท่าเรือแล้วนะเว่ย
รูปสุดท้ายก่อนขึ้นเรือไป
ฝนหนักขึ้นเรื่อยๆแล้วเอย
ถ้าคลื่นแรงกรูจะตกเรือไหมเนี่ย
เห็นว่า staff AYC หนักใจ มากกับการจัดโปรแกรมให้ขึ้นเรือ
เพราะถ้ามีเด็กตกน้ำไปสักคนคงเป็นเรื่องใหญ่
อุเหม่ ถ้าตกไปจริงๆก็คงน่าสนุกนะครับเนี่ย (หัวเราะ)
นี่ขึ้นเีรือมาเรียบร้อย
ฝนหนาเม็ดจนต้องถกเสว็ตเตอร์มาคลุมหัว (ไม่มีฮู้ดกะเค้า)
ไฟมันสว่างเสียจนน่ากลัวล่ะครับ
ถามว่าสวยไหม ก็สวยนา
แต่พอคิดถึงเรื่องโลกร้อนอะไรทำนองนี้แล้วน่าหนักใจจัง
ชักรูปเสาเรือมาเสียหนึ่ง
ชักติดใจดาดฟ้าเรือเลยอยู่ยาวๆไม่ยอมลง
ฝนตกก็สบายใจดี
ผมชอบฝนตกน่ะสิ ยิ่งหนักก็คงยิ่งไม่ยอมลงแหละครับ (หัวเราะ)
อีกมุมหนึ่งของตึกนี้
ภาพนี้มีพวกหมอกๆม่านๆของฝนด้วย
ร่าเริงสบายใจไปกับ iPod ในรูหู
soundtrack : Yokogao
ไม่นานก็เรือก็ตีกลับท่า
ฝนเริ่มซาไปแล้วแล
รถบัสมุ่งสู่โรงแรม
เด็กผู้หญิงนี่เกิดมาเพื่อถ่ายรูปจริงๆ
ขนาดแอบถ่่ายแล้วยังเข้ากล้องทันอีก
ถึงห้อง 616 แล้วก็ไม่ได้นอนอย่างปกติสุข
รามเอา Wii มา และอิงกึฝึเอาจอย Wii มาเสียบ
โจ้ Wii กันยาวๆ
ป้าอ้วน VS ปุ่น เกม boxing สุดยอด
ป้าอ้วนโคตรแมนนีปาเกียว โดนน๊อคกี่หนก็ยังลุก
มาด้วยใจจริงๆ
สุดท้ายเสือกชนะน๊อคอีก ขอชาบูไว้ ณ ที่นี้
ลากยาวกันไปถึงตีสอง ห้อง 616 ยังคงไม่หลับไหล
มุมซ้ายโจ้ดรัมมี่กันเคร่งเครียด
ตรงกลางควง Wii กันดุเดือด
รอบๆกดจอย PSP กันสนุกสนาน
จนพี่กีตาร์มาต้องมาไล่ให้แยกย้ายกันไป
กวนตีนรามต่อทั้งคืน อย่าให้มันได้นอน
สุดท้ายก็สลบไสล ลุกขึ้นมาได้กันวันต่อมา
ออกมาจากโรงแรม หยิบหมวกแมวน้ำออกมาด้วย
ปรากฏว่าเป็นที่นิยมอย่างล้นหลาม เอาไปใส่ชักภาพกันร่วมสิบคน
ใครไม่สระผมแล้วเอาไปใส่ กรูแช่งขี้พุ่งจริงๆด้วย
อากาศหนาวขูดไส้มากครับ
เสื้อที่ว่าหนาๆแล้วยังทำเอาสั่นสะท้าน
ตอนเช้า เราก็ไปเยี่ยมชมถนน Road Star อะไรสักอย่างกันครับ
เอาเป็นว่าเค้าว่ามีรอยมือ Jackie Chan กะ Bruce Lee ด้วยแล
ไปชมทิวทัศน์เมื่อคืนก่อนตอนเช้าด้วยเลย
ตึกเค้าขึ้นกันสูงจริงๆครับ
ชนิดถ้าเข้าไปอยู่ในเมืองแล้วจะเห็นตึกเกะกะฟ้าไปหมดเลยล่ะ
ผู้คนมากมาย ชักภาพกันตามอัธยาศัย
โรงแรมที่อยู่ริมน้ำ
ลืมไปบอกอีกว่าตอนนี้ฝนก็ตกปรอยๆนะ
(ยิ่งดีเลย ผมชอบจัง)
สา่มสหายถังขยะ
สีน้ำเงินเอาไว้ทิ้งอะไรเนี่้ย อยากรู้ัจัง
อีกภาพกับทางเดินยาวๆรอบๆ
ฟ้าเค้าจะไม่ใสนะ แทบจะทั้งวัน
รูปทั้งหมดนี่ก็ปรับแสงเอาทั้งนั้นเลยครับ
ภาพพี่กีตาร์ถ่ายฉัตรชัย แสดงความเป็นเจ้าของอ่าวฮองกง
หนาวล่ะสิมึง กูรู้หรอก
ตีนของผมเองครับ มาเหยียบที่นี่แล้วนะ!
ตู้แดงๆเรียงกันเป็นทางเลย
แล้วก็ไม่วายจะมาชักภาพกัน
ภาพอาแปะ alone in HK
ไม่รู้ใช่คนเดียวกะที่ตกปลาเมื่อคืนรึเปล่า
ครบกำหนดการแล้วเราก็ยกพลกลับรถบัส
เตรียมตัวนั่งรถยาวต่อไป Victoria Peak กันครับ
ถ่ายถนนหนทาง
ถึงที่จะน้อย แต่ก็มีต้นไม้่ให้เห็นบ้างนะ
ต้นไม้เค้าจะจัดไว้เป็นสวน เป็นโซนๆเฉพาะของตัวเองไปเลย
ตามฟุตปาทนี่จะไม่เห็นแน่ๆครับ
ขึ้นโทลล์เวย์มา
ตึกสีทองแสบตาดีจริงๆ
เลยขอสักรูป
แล้วก็นั่งรถยาวๆขึ้นเขากันไปเลยครับ
ผมง่วงมากเลยงีบยาวไปเลย
รู้สึกตัวอีกทีก็มาอยู่บนยอดแล้วแล
ข้างบนเผือกมี shopping center ตั้งอยู่ซะงั้น
อากาศหนาวเหน็บมืองี้แข็งกระเด๊ก
ฟ้าก็ไม่ค่อยจะเปิด แสงยังสลัวๆอยู่เลย
ดูนวินดาท่าทางทรมานเลยยกผ้าพันคอให้
นี่แหละที่เค้าเรียกว่าไม่เจียม
อีกรูปรอบๆ
เบื่อกับข้าวเลยขึ้นไปแด๊กบิ๊กแมคข้างบนเสีย
คิดเป็นราคาบาทแล้วถูกกว่าที่ไทยอีกครับ
ที่นี่มีอีกหลายเมนูที่ไทยไม่มีน่ะนะ ลองหาเมนูลับร้านจังค์ฟูดโจ้กันได้ตามสบาย
ผู้สาวทั้งหลาย นี่แอบถ่ายนะเนี่ย
รู้ตัวกันได้ไง
ไมจังจารกรรมผ้าพัีนคอไปเสียแล้ว
แล้วก็มาอยู่กันเป็นก้อนเป็นกลุ่ม เพราะหนาวมากกก
ก่อนจะลงมาจากดอย
ถอยกันกลับมาในเมือง แล้วไปรอกินกันที่ภัตตาคาร
พวกผมแด๊กจังค์ฟูดกันมาก่อนแล้ว เลยไม่ต้องทรมานกะอาหารคอร์สเดิม
นั่งกันสักพัก ก็ไปหาอะไรสนุกๆทำกันครับ
ศัพท์เทคนิก เรียกว่า "ทำเควส"
คือพวกผมสามคนจะเดินเตร่ดเตร่ไปเรื่อยๆ เจอมุมน่าถ่ายรูปก็จะดักรอไว้
แล้วลองขอคนฮองกงที่ผ่านไปผ่านมา ให้ถ่ายรูปให้ครับ
ฟังดูแม่งไร้สาระเนอะ
แต่พอเล่นจริงๆก็สนุกดีนะครับจะบอกให้
เีสียดายรูปอยู่กะกล้องเพื่อน
ส่วนใหญ่แม่งจะพยายามเล็งสาวๆกัน แล้วให้เค้าถ่ายให้หลายๆรูป (555+)
ก็เป็นที่สนุกสนานกันไป
แสงไฟแถวจิมซาจุ่ย
ทานข้าวเสร็จ เค้าก็ปล่อยให้ไปเดิน shopping กันครับ
ใครชอบ shop ก็ยังกะปลากระดี่ได้น้ำกันเลยทีเดียว
ผมไม่ค่อยถูก type กะอะไรแบบนี้เท่าไร แต่ก็พอเดินไปเรื่อยๆ เอนจอยดีเหมือนกัน
เล็งว่าจะหากระเป๋าตังค์กะรองเท้าผ้าใบใหม่สักคู่
พูดแล้วโศกเศร้า+เจ็บใจ
ขอเล่นแก๊ก that day
A : วันก่อนผมไปฮองกงมาครับ
B : เห็นว่าไปจิมซาจุ่ยมานี่ครับ ได้อะไรมาบ้างล่ะ
A : ผมเล็งรองเท้า VANS คู่หนึ่งไว้ครับ ถูกใจมากเลยทีเดียว
B : โอ ถูกแถมดี อย่างนี้พลาดไม่ได้นะครับเนี่ย
A : แค่ผมชี้รองเท้านะครับ พนักงานรีบมาไขตู้ หยิบคู่นั้นออกมาให้เดี๋ยวนั้นเลย
B : โห บริการชั้นหนึ่งเลยทีเดียว ใช่คู่นี้ที่ใส่มาวันนี้หรือเปล่าครับ
A : แม่งเสือกเอาไปขายให้คนอื่นครับ!
ผมเจ็บใจจริงๆนะเนี่ย
แถมคนที่ได้ไป.. เป็นคนไทยเหมือนกันอีกตะหาก
แสด
จับ taxi กลับมาดึกดื่นข้ามคืน
ถึงห้อง อาบน้ำ ยาวมาได้ตีหนึ่งตีสอง
เพื่อนผองยังมีแรงควง Wii อยู่ได้เรื่อยๆ กรูละนับถือพวกมึงจริงๆ
ผู้สาวสราญจิตง่วงเหงานอนมิหลับ
มาขโมย iPod ไปกล่อมตัวเอง
Mario กันได้เรื่อยๆ
คุณพีกะอิงกึฝึ สวีทกันสุดฤทธิ์ (หัวเราะ)
คืนสุดท้ายของพวกเราที่ฮองกง ก็ดูมึนๆมันๆ
วงไพ่ วง PSP ก็ ยังอยู่กันครบ
แต่เพราะความล้าจากการเดิน shopping ทำให้สลายโต๋กันก่อนตี 3
กุลจิราเจอแอคซิเดน เ้ข้าห้องไม่ได้
แถมไม่รู้จะไปนอนไหน เจือกมาหลับคาห้อง
ปุ่นเลยระเห็ดไปนอนโซฟา น่าสงสารเป็นที่สุด
รีบแพ๊คกระเป๋าให้เรียบร้อย เตรียมตัวยกลงไปในตอนเช้า
ถอดสาย Wii แล้วม้วนอุปกรณ์ต่อ plug
เก็บลำโพง สายชาร์จ psp และ บลาๆๆ
ม้วนเสื้อผ้าใส่ถุง โยนลงไปในกระเป๋า
เตรียมตัวเข้านอน
และด้วยฤทธิ์ alcohol
ก็หลับกันสนิท
ตื่นเช้าได้ก่อนใครเพื่อน
หนาวชิบหายวายป่วง
ตั้งสติได้เลยไปเขี่ยกุลจิราให้กลับไปอาบน้ำห้องตัวเองซะไป๊
อาบน้ำอาบท่าให้ดีเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะลากกระเป๋า ลงไปทานมื้อเช้า
ยัดๆเข้าไปให้อยู่
หาสี่เล่มก่อนไม่เจอ ขออภัยนะคะ
เสร็จแล้วเราก็ออกเดินทางไปสู่ที่หมายสุดท้ายของทริปนี้
Disney Land HK นั่นเอง
วันนี้อากาศเย็นที่สุดของทุกๆวันที่มาที่นี่เลยทีเดียว
แถมลมโกรกอย่างโหด แทบจะม้วนตัวลงเป็นอยู่ในกระเป๋า
เมื่อรถมาหยุดลงที่้ลานจอดของ Disney Land
ผมก็เดินไปรอบๆให้หายหนาว แล้วก็ได้พบกับ
เอ่อ ต้นงิ้ว..?
ต้นงิ้ว
งิ้วว์
งิ้ววว์
คนสวนของที่นี่มีคอนเซปท์แปลกๆในการจัดสวนนะเนี่ย
นึกยังไงเอาต้นงิ้วมาลงใน Disney Land วะครับ
เห็นยืนๆกันอยู่ตอนนี้หนาวสุดไส้จริงๆ
หมู่มนุษย์เริ่มกระัจุกตัวกันเป็นหย่อมๆ
ใช้ทฤษฎีฝูงเพนกวินจักรพรรดิ แบ่งปันไออุ่นซึ่งกันและกัน
เดินเข้ามาข้างใน
ฟ้ายังไม่เปิด มีเมฆครึ้มอยู่ตลอดเวลา
เจอมิกกี้เล่นเซิร์ฟโชว์อยู่บนปลาวาฬ เป็นการต้อนรับที่อบอุ่น (ไม่จริง หนาวมาก)
เสียงเพลง soundtrack ต่างๆของ Disney มีอยู่ทุกที่ทำให้เรารู้สึกว่ามาถึง Disney Land แล้วนะ
บอกตามตรงผมรอมาเที่ยว Disney Land มากกว่าไปเดิน shopping ที่ จิมซาจุ่ย เสียอีก
ถึงแม้ผมจะเคยมา Disney Land HK ก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม
มันคงเป็นเรื่องของความพึงใจส่วนตัวด้วยแหละ
สำหรับผม มันไม่ค่อยบันเทิงในการไปเดินจับจ่ายเป็นชั่วโมงๆ กลางถนนคนพลุกพล่านน่ะนะ
แต่คนชอบก็มีเยอะอยู่ กลับมามองในมุมนี้ กลายเป็นรู้สึกว่ารสนิยมของผมมันเป็นเด็กๆไปเลยแฮะ
ผมเที่ยวใน Disney Land แล้วผมสบายใจ
soundtrack แทบทุกเพลงที่เปิด ผมรู้ว่ามาจาก animation เรื่องใด ฉากไหน
ผมร้องได้แทบจะทั้งหมด และมีความสุขไปกับบรรยากาศภายใน
บรรยากาศที่เหมือนว่าทุกสิ่งเป็นไปได้
พนักงานที่ยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่ตลอดเวลา
เด็กๆตัวเล็กๆที่มากับพ่อแม่ ยิ้มร่าสวมหมวกสติตช์งับหัว
parade ที่แสนจะสดใส
ฝรั่ง จีน ไทย
คนผิวสี ผิวขาว ขาวๆสีๆ
ทั้งหมดทั้งปวงอยู่มีความสุขไปด้วยกัน
ผมแค่รู้สึกว่า Disney Land มันเป็นคล้ายๆพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์
ที่ที่ใครใครก็เข้ามาแล้วมีแต่รอยยิ้ม ไม่จำกัดว่าเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ผู้ชายหรือผู้สาว
มันเป็นเหมือน gate port ที่เชื่อมโลกความฝันเข้ากับโลกความจริง
ถ้าจะมีงานไหนที่ผมอยากทำ ก็กับ Disney เนี่ยแหละครับ
ตา Takahama ใน Bakuman เคยพูดไว้ได้ถูกใจผมจริงๆ
ใครจะมองอย่างไรก็ช่าง ผมมีความคิดว่าที่อย่าง Disney Land เนี่ยแหละ คือสิ่งที่ทำให้โลกน่าอยู่ล่ะ
ว่าแล้วไม่รอช้า
ในนี้ผมรับอาสาเป็นไกด์ทัวร์ Disney Land HK เองครับ เพราะเคยมาแล้ว
พอเกตเปิด ผมก็รีบลากพวกไปขึ้น Space Mountain ก่อนเลย เพราะไม่อยากต่อคิวยาวๆ
มันส์สะใจเป็นที่สุด
ไอรามเสือกยื่นแขนไปนอกรถ โชคดีที่รถยังแล่นไม่เร็ว ไม่งั้้นแขนขาดแน่มึงเอ๊ย
ต่อด้วย Buzz Lightyear's Astro Blaster
เรียกได้ว่าผมพาเด็กผู้ชายมาเอนจอยที่เด็ดๆก่อนเป็นอันดับแรกๆเลย (ภูมิใจ)
หลังจากนั้นก็ฟรีมูฟครับ
wander around แบบ happily ever after จริงๆ
โชคดีที่ผมไปใน season นี้
ทุกๆปีในหน้าหนาว Disney Land HK จะมี Parade "LET IT SNOW" เป็น special edition ด้วยแล
เรื่องความน่าประทับใจ เต็มสิบก็ได้สิบ เต็มร้อยก็ได้ร้อยครับ
(แอบกระซิบบอกว่าไปดูใน Youtube ก็มีจนจบเลยนะ เผื่อใครติดใจ)
(แอบกระซิบอีกทีว่าใครหา soundtrack LET IT SNOW parade version ได้ ขอหลังไมค์นะครับบบ)
ไม่ช้าก็เจอพี่กีตาร์
ท้าให้ไปขึ้นแคโรเซล
อ้าว กล้าท้าก็กล้าขึ้นครับพี่
ถ่ายไอปุ่น ฮาชิบเป๋ง ตัวเป็นควายกันแล้วเล่นม้าหมุน
ส่วนนี่สัตว์โลก
แยกกับพี่กีตาร์แล้วก็พาเพื่อนไปดูโชว์ของ Lion King ใน Theatre in the Wild
อันนี้ครั้งที่แล้วก็ได้ดู แต่ไม่อยากให้เพื่อนๆพลาดครับ (ผมเองดูอีกสักสิบรอบก็ตอบโอเคนะ (หัวเราะ))
ถ่ายตีนตัวเองตอนต่อคิว
ทริปนี้โชคดีตรงที่ไปเครื่องเล่นไหนก็ไม่ต้องรอนาน เรียกว่าไปถูกจังหวะเวลา
เอ้อลืมบอก สำหรับคนไม่เคยไป
Disney Land มีนาฬิกาบอกเวลารอบของแต่ละเครื่องเล่นไว้ข้างหน้าเลยครับ เราสามารถเลือกเวลา่เข้าออกได้เลย ถ้าคำนวณคนในที่ต่อแถวถูกน่ะนะ
อันนี้หลังคาแถวๆนั้น รายละเอียดดีจริงๆ
ต้นไม้แต่ละโซนก็ไม่เหมือนกัน
ตรงส่วนนี้ decorate เป็นป่าดิบเต็มที่เลย
โคมไฟก็ใช้เชือกพันเอา ละเอียดสุดยอดในทุกจริงๆ
ต้องลงงานละเอียดขนาดนี้สินะครับ ทุกคนถึงจะรู้สึกว่าอยู่ในบรรยากาศจริงๆ
Disney RULES!
ภาพบรรยากาศภายใน Theatre ก่อนจะเริ่มแสดง
จุคนได้สัก 800 คนต่อรอบมั้งครับ
แปปเดียวแห่มาจากไหนกันเยอะแยะ
พวกผมริบมาจับแถวหน้ากันก่อนเลยล่ะ (หัวเราะ)
เรื่องโชว์ก็ไม่ต้องพูดถึงครับ
พูดแล้วก็อยากดูอีก
ลองอะไรแผลงๆดู
โชว์จบแล้วสัตว์โลกอยากไปดูบ้านทาร์ซาน
ย่อมได้ ก็ล่องแพไปฝั่งตรงข้าม
คนขับแพ drift น้ำเทพมากครับ
จอดสนิทสุดยอดจริงๆ
ท่าเกียกกายนู๊บไปเลย
สังเกตเห็นไอ้นี่มา
มันคืออะไร รู้ไหมครับ
มันคือไอ้ปุ่มๆคล้ายๆ Brell's Block ที่ปูไว้ตามถนนสำหรับคนตาบอดครับ
แต่ปรับ theme ให้เข้ากับบ้านทาร์ซาน เลยได้เป็นเม็ดกรวดๆ
เห็นยังงี้แล้วแทบจะก้มกราบ
งานละเอียดในสเกลขนาดนี้เนี่ยนะ!? คนออกแบบมันจะเทพไปไหนเนี่ย!?
สะพานเชือก ขึ้นยังบ้านทาร์ซาน
กระทั่งราวจับก็ยังไม่วายครับ
ถ่ายมาแ่มุมเดียวอาจจะเห็นไม่ชัด
แต่มันไม่ใช่ไม้ธรรมดาครับ มันเป็นไม้ไม่ตรงที่พยายามทำให้เหมือนไม้ธรรมชาติ
ส่วนใบไม้ด้านบนก็ไม่ต้องสืบเลยครับ
พลาสติกล้วนๆ ไม่ต้องห่วงเรื่องใบไม้ร่วง ทำน้ำเน่าอีกต่อไป
และป้ายห้องส้วมดีไซน์คนป่า
ไม้ตะปุ่มตะป่ำ เท่จัง
ชมกันหมดสิ้นแล้วก็ลงมารอเรือกลับฝั่งครับ
ชอบโคมไฟเลยถ่ายติดกลับมาด้วย
กระทั่งไม้พายก็ไม่วายมีดีไซน์ครับ
เทพชัดๆ! ประทับใจ!
ป้ายห้องส้วมอะเกน แฮ่ เห็นแล้วคิดถึงซีรีส์ไวกิกิในซิมส์1จัง
อันนี้ห้องน้ำหญิงนา
ชอบเลยถ่ายมา ไม่อายดอก
ภาพบรรยากาศรอบๆ
ใครๆก็แฮปปี้ มีตั้งแต่รุ่นทารก ไปจนถึงคุณปู่เดินเข็นวีลแชร์ให้คุณย่าเลยทีเดียว
Disney Land มีการออกแบบเพื่อความสะดวกสบายให้ผู้พิการมากๆครับ
ทุกๆ theatre โชว์ รวมไปถึง parade ต่างๆ จะมีโซนที่จัดไว้ในเฉพาะผู้การได้ใช้อยู่หน้าสุดทีเดียว
แม้ผู้พิการก็เอนจอยได้เต็มที่ที่นี่นะ
ผมเริ่มจะได้คิดเรื่องที่พี่ติวชอบย้ำนักหนาว่าอย่าออกแบบให้เฉพาะตัวเองใช้ได้
แต่ให้คิดถึงคนอื่นทุกๆึคนในโลกด้วย ก็ตอนนี้แหละ
ปราสาท Disney ในตำนาน ก่อนเริ่ม animation ทุึกเรื่อง
อยู่ที่นี่แล้ว!
อีกมุมหนึ่ง เน้นความอลังการ
แทบจะไปถ่ายทุกซอกหิน ว่ามันจะละเอียดไปไหน
วันกลับมาแถวๆม้าหมุน เจอ mini show ของ Merlin อยู่พอดี
เสียดายที่เป็นภาษาจีนอย่างเดียว เลยฟังไม่ออก รู้แต่เล่นได้มันจริงๆ
เช็ครอบแล้วจึงรีบมากันที่โรงหนัง 4 มิติ ดีไซน์ของโคมไฟก็เปลี่ยนไปตามโซนด้วยนะ
ได้แว่น 3 มิติมาก็ชักภาพกันสักหนึ่ง
เจอสต๊าฟน่ารักเลยขออนุญาตชักภาพมา
เจรจากันอยู่สักครู่ก่อนหนังฉายก็สนุกดี
พนักงานใน Disney Land นี่พูดภาษาอังกฤษได้มากกว่าที่ air port อีกนะครับ
นับเป็นนโยบายที่ดีมากเลยแล
ไม่งั้นผมคงไม่ได้คุยกับคุณเคธีแน่ (หัวเราะ)
curtain ก่อนที่หนังจะฉาย
จอหนัง 4 มิติที่นี่โคตรกว้างครับ
กวาดตาซ้ายไปขวาจะไม่สุดจอ ต้องหันหัวเอาเลยทีเดียว
นี่แหละ เพื่ออรรถรส unparalleled มันต้องยังงี้!
ผู้ชมรอภาพยนต์ฉายอยู่ในโรง
เสียดายที่ยังฉายเรื่องเดิมที่เคยดูแล้ว แต่ก็ไม่เป็นไรครับ เรื่องเดิมผมก็ัยังเอนจอยได้เหมือนเดิมนะ
ออกมาภายนอก คนรอรอบต่อไปมาออกันให้อื้อ
ในนี้ที่ไหนที่ไหนก็สีสวยไปหมด
น้ำพุ Disney Magic
ตรงนี้ยิงหลายรูปนา แต่ไม่ได้อยู่ในกล้องนี้แฮะ
ป้ายห้องน้ำอีกแล้ว ตรงนี้เป็นของโซน theatre 4 มิติจ้ะ
ส่วนนี่ของผู้ชาย เท่ดี
อากาศหนาวมากเลยออกมาซื้อโกโก้ร้อนกิน
ถืออยู่ในมือแล้วมีความสุ๊ขมีความสุข
อากาศหนาวๆนี่ได้โกโก้ร้อนก็สุดยอดแล้วครับ
เดินออกมาไม่ทันไรก็เจอถ้วนหมุน
ไอเขียวกะสัตว์โลกเกิดอาการเอ๊กไซต์ฺ อยากไปนั่ง
อะ กูรอข้างนอกละกัน
ชักภาพมา
เล่นจนจบถึงกับหน้ามืด
"เชี่ย มึง จับแขนกุหน่อย"
"เป็นห่าไรวะ"
"โกโก้. แม่งจะออกปากกุอยู่ละ. อุ. เหี้ย." /ปิดปาก
ฮาแตกกันไป
คุณพ่อกะคุณลูก อิน Disney Land HK
เสาไฟ design สุดฤทธิ์
"เหงา"
ยิงภาพยาวๆไปเรื่อยๆ
คุณป้ากะคุณลุงมาเดทกัน
ด้านหลังเป็นแม่ลูกสาวน้อยเสื้อแดง
เหมือนอาริสึงาว่าซังเลย (หัวเราะ)
เลยเวลากินมาแล้ว ร้านข้าวเลยดูเงียบเหงาไปนิด
แต่สีสันยังสดใสตลอด
ถ้าเอารายชื่อเฟอนิเจอร์ต่างๆใน Disney Land มาเรียงทำบัญชี
ผมว่ามันคงน่าสนใจสุดๆเลยล่ะครับ
เล่นไม่ซ้ำกันสักบู๊ธ
ขนาดพื้นก็ไม่วายมีลูกเล่น
ชื่อภาำพ "ตัวเหี้ย"
"มึงช่วยเปลี่ยนท่านั่งหน่อยเหอะ"
"ทำไมกูต้องเปลี่ยน"
"ก็แม่งเหี้ยอะ"
"กูไม่เชื่อ"
"กูถ่ายมาให้มึงดูเลยมั้ยล่ะ"
"เออดี จัดมาๆ"
/แชะ
"อะมึง"
"5555+ แม่งเหี้ยจริงๆด้วย" /ดูดโกโก้ต่อ
เวลาเหลือน้อยลงเรื่อยๆ
เริ่มเดินแบบเตร็ดเตร่ไปมา
ไปเข้า small world ที่ครั้งที่แล้วไม่ได้มาครับ
ก่อนเข้าเจอผู้สาวยืนท่าเท่มาก
อดไม่ไหวเลยควักกล้องมาชักภาพเล่นๆ
ส่งสัตว์โลกไปยืนเนียนเป็นคู่รัก (555+)
ส่วนนี่ก็ห้องน้ำอีกแล้ว โซน small world จ้ะ
ส่วนนี่ของผู้สาว
รอคิวสักพักก็ได้ไปนั่ง
มันเป็นลำเรือพาไปดูอะไรสักอย่างคล้ายๆกับนิทรรศการ
เป็นตุ๊กตาแล้วก็ลูกเล่นของแต่ละชาิติ ร้องเพลง this is a small world สลับกับ jingle bell
อลังการงานสร้างมากครับ
ผมว่าคงใช้ตุ๊กตาเป็นพันๆตัว
กลไกเป็นหมื่นเลยมั้งนั่น
ดีเทลกระจุยกระจายชนิดคงต้องไปดูสัก 10 รอบถึงจะเก็บหมด
สำหรับผมแล้ว Disney Land นี่ที่สุดของที่สุดแล้วล่ะครับ
วูบวาบกับภายใน
ด่อนจะออกมาข้างนอกอีกที
ฟ้าตอนนี้เริ่มมืดแล้วล่ะครับ
เมฆเค้าหนาจริงๆให้ตาย
เริ่มเดินทางกลับไปข้างหน้า เพราะใกล้จะได้เวลานัดรวม
ภาพกองฝูงมิกกี้ในร้านขายของที่ระลึก
ดูน่ากินอย่างบอกไม่ถูกครับ (หัวเราะ)
ได้ของที่ระลึกมาเป็นสติตช์ติดตู้เย็นหนึ่งตัว
และหมวกสติตช์สีขาว ถูกใจมาก (ฮี่)
ว่าจะหิ้วหมีกลับมาฝากพี่สาว
แต่แม่งโคตรแพงเลยครับ หมีบ้าอะไรตัวล่อไปเกือบพัน
(และดีไซน์ไม่ค่อยถูกใจ)
ลูกโป่งมากมาย ถ้าแจกฟรีอาจจะไปขอมาถือเล่นนะ (ฮา)
ยังมิวายจะเป็นลายสติตช์!
สินค้าสติตช์เยอะจริงๆครับ คงจะขายดีน่าดูเลยล่ะ
แม้อากาศจะหนาว แต่ก็อบอุ่นในผู้คนรอบๆนะ
ลำโพงกระจายเสียง
ถ้าไม่มี BGM ของเพลง Disney อยู่ตลอดเวลา ที่นี่คงเหงาไปถนัดเลย
แอบวิ่งกลับไปถ่ายป้ายส้วมแถว space mountain
เท่เป็นบ้า ชอบจัง
บรรยากาศแบบ winter เต็มที่
เป็นโสดหน้าหนาว~ ทำไมมันหนาวเป็นสองเป็นสามเท่าของคนอื่น~
ต้นสนเอยไม่รายเรียงมีเพียงหนึ่ง
เหตุใดจึงบุรุษสตรีต้องมีสอง
ไม่เห็นใจไร้คู่เคียงคงเมียงมอง
ต้องตริตรองตรำตรึกรำลึกตน
ถึงเวลานัดแล้ว ก็รีบเปิดมาที่ทางออกก่อนใคร
ถ่ายประตู Disney Land HK ไว้ก่อนจาก
ขอแสดงความเคารพต่อ Walt Disney
ชายผู้มอบฝันให้คนทั้งโลก
ไว้พบกันอีกในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นประเทศใดนะครับ
ก่อนจาก Disney Land มีซุปเปอร์คอมโบ
ฉัตรชัยเดอะสติตช์ ปรากฏกาย! (ฮา)
หลังจากที่รวบรวมทุกคนขึ้นรถได้หมดแล้ว
เราก็บอกลากับไกด์ทัวร์ของเรา
บอกลาพี่กีตาร์ ที่เป็นหัวหน้าคณะ AYC มาตลอด 6 ปี
บอกลาเกาะฮองกง และคุณวอลท์ ดิสนีย์
มุ่งหน้าสู่สนามบินนานาชาติฮองกงครับ
ก็รอเช็คอินกันเนิ่นนานอีกตามเคย
คงไม่พูดอะไรมากอีกแล้ว ใช้รูปแทนล่ะนา
พื้นสนามบิน จะกลับแล้วล่ะ
เพดานสนามบินฮองกงอีกฟาก เท่ไปอีกแบบ
สเปซสวยงาม เลยถ่ายมา
ช่องว่างระหว่างเรา
เกิด accident เล็กน้อยเลยมารอคนเดียวที่เกต
มากันซะสายเลย
ไม่ final call ก็ฺตกเครื่องแล้วไปนั่น
เที่ยวบิน EK อะไรสักอย่าง
มุ่งหน้าสู่ BKK
นั่งเครื่องไปสัก 2 ชม.
จะถึงแล้วล่า
แสงไฟกรุงเทพยามราตรี
ที่เขย่านี่เพราะกดตอน landing พอดี
ตกใจเป็นบ้า
ได้คุณพ่อคุณแม่ป้าอ้วนใจดีขับกลับมาส่งที่บ้าน
ขอบพระคุณมากๆเลยครับ
แถมภาพสุดท้ายณ สนามบิน ฮองคอง
เด็ดมั้ยล่า (หัวเราะ)
edit @ 21 Dec 2009 21:03:03 by Zairen_Bibliophobia
ดูแล้วเพลินดีนะคะ
ดูๆแล้วอากาศดีจังแฮะ

แถมได้ไปกันทั้งห้องเลยสิเนี่ย ดีจังแฮะ
#1 By Kirito on 2009-12-19 20:53