[CS] PRE'Sports Day : Part I
posted on 13 Oct 2008 21:31 by zairen in CubicSchoolลมโกรกตัวอย่างขี้เกียจผ่านเข้ามาทางกรอบหน้าต่างห้องเรียนของโรงเรียนลูกบาศก์ บรรยากาศตอนบ่ายๆใกล้จะเลิกเรียนที่ออกจะร้อนๆเล็กน้อยอาจดูไม่เหมาะกับการงีบหลับ แต่ด้วยนวัตกรรมชั้นยอดของโลกมนุษย์อย่างพัดลมติดเพดาน ก็เนรมิตรให้คาบเรียนช่วงบ่ายเป็นดั่งสวนสวรรค์สำหรับการนอนกลางวันทีเดียว
สายตาคู่หนึ่งยังคงปรือๆอยู่หลังจากเพิ่งตื่นมาได้ไม่นานด้วยเสียงเล็คเชอร์หึ่งๆของครูพัด เจ้าของสายตาคู่นั้นมีความคิดวูบหนึ่งว่าตนเองนั้นก็มีฝีมือไม่เบาเหมือนกันที่สามารถหลบพ้นสายตาของอาจารย์สอนวิชาชีววิทยาท่านนี้ได้ แต่ก็เป็นเพียงแค่ครู่เดียวก่อนที่คนเดิมจะรู้ตัวว่าตัวเองนั้นหลับมาได้เป็นเวลา 50 นาทีแล้ว เข้าพลาดเล็คเชอร์ไปเกือบทั้งคาบทีเดียว แย่จริงๆ
ออดหมดเวลาดังขึ้นมาพอดี เสียงของนักเรียนในชั้นเรียนเริ่มเซ็งแซ่เกินกว่าที่อาจารย์จะมีสมาธิสอนได้ต่อไป
“งั้นวันนี้ก็เท่านี้ล่ะนะนักเรียน ทบทวนเรื่องโครงสร้างของใบที่จะสอบเป็นควิซครั้งต่อไปด้วยนะ”
เสียงงึมงัมๆดังขึ้นทั่วห้อง ก่อนที่เจ้าของชั้นเรียนจะพูดขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย
“แล้วก็อุทิศฐานที่หลับไปทั้งคาบน่ะ กลับไปอ่านเองซะด้วยล่ะ เดี๋ยวจะเรียนไม่ทันเพื่อน”
เฮ่ย รู้แล้วหลอกให้ตายใจนี่หว่า..
เพื่อนๆหลายคนค่อยๆทยอยกันสะพายกระเป๋าก่อนจะออกไปจากชั้นเรียน ไม่รู้ว่าเขารู้สึกไปเองหรือเปล่า แต่ดูเหมือนว่าอุทิศฐานจะเห็นทุกๆคนมุ่งไปทางทางเดียวกัน มันมีอะไรเกิดขึ้นตอนที่เขาหลับไปรึไง
มือเล็กตะปบแรงเข้าที่ไหล่ของคนสงสัย
“ประชุมลับเว้ยๆๆ!! ทุกคนแข็งขันกันหน่อยย!”
ต้นน้ำพูดเสียงดังก่อนที่จะเดินผ่านหน้าเขาไป คนเคยสงสัยนึกขึ้นมาได้ว่าหลังเลิกเรียนแล้ว เพื่อนๆของเขานัดรวมกันเพื่อประชุมลับกีฬาสีนั่นเอง แต่มันจะไม่ลับเอาก็เพราะประกาศตะกี้น่ะล่ะ
เด็กหญิงลูกครึ่งผมยาวคนหนึ่งเริ่มเปิดการประชุมและขอให้ทุกๆคนช่วยร่วมแรงร่วมใจกันทำงานในฐานะสีขาว ก่อนจะขอความคิดเห็นของทุกๆคนในการออกแบบการเชียร์ และอีกหลายๆเรื่องที่เด็กชายหัวยุ่งลืมฟัง
มีของเด็กชายขยับดินสอ เขียนบนกระดาษเป็นรูปเป็นร่างโดยไม่รู้ตัว
อุทิศฐานชอบกิจกรรม
ตอนมัธยมต้นเขาเคยถูกไหว้วานจากรุ่นพี่ม.ปลายโรงเรียนเก่าให้ช่วยงานเล็กๆน้อยๆอย่างยกของใช้ในกีฬาสี หรือบางทีเขาก็ได้มีโอกาสลองสัมผัสกับงาน ตั้งแต่การลงสีฉากคัตเอาท์ ไปจนถึงการวิ่งส่งข้าวส่งน้ำรุ่นพี่
ทุกๆอย่างหลอมรวมกันให้อุทิศฐานเริ่มหลงรักในบรรยากาศแบบนี้ บรรยากาศที่ทุกๆคนมีเป้าหมายเดียวกัน มีความตั้งใจเหมือนกัน และพร้อมที่จะทำทุกๆอย่างเพื่อขับเคลื่อนให้เรือลำนี้ไปถึงฝั่งฝันให้ได้ มันช่างวิเศษเหลือเกินที่ยังมีห้วงเวลาให้นักเรียนม.ปลายยังมีโอกาสได้ใจเต้นตึกตักด้วยความสนุกสนานและตื่นเต้นตระการตา
เสียงการประชุมยังคงดำเนินต่อไป เด็กผู้หญิงหลายคนมีส่วนร่วมในการประชุมอย่างตื่นเต้น สาวน้อยน่ารักที่มีที่ผูกผมใบไม้สี่แฉกยิ้มอย่างสนุกสนานหลังจากหัวร่อต่อกระซิกกับประธานไอริส
ปลายดินสอของเด็กชายยังคงขีดเขียนกับกระดาษอยู่เป็นจังหวะ ช้าลงบ้าง ยามที่เข้าเผลอคิดอะไรไป
ถ้าสีของเขาร่วมแรงร่วมใจกันจริงๆก็คงดีไม่น้อยเลย อย่างน้อยอะไรๆก็จะได้เป็นไปง่ายขึ้น
เส้นดินสอยังคงถูกถักทอบนแผ่นกระดาษ ก่อนที่เสียงของประธานสีจะดังแหวกอากาศขึ้นปลุกกิ๊ฟจากหห้วงความคิดของตัวเอง
“พวกเด็กผู้ชายมีอะไรจะเสนอมั่งมั้ย? นั่งฟังอย่างเดียวเลยนะพวกนาย”
หางเสียงแสดงความไม่พอใจเล็กน้อย เล็กน้อยจริงๆจนคนฟังรู้สึกเหมือนคนพูดล้อเล่น
เด็กชายผมยาวสวมแว่นขยับเฮดโฟนที่คอ ก่อนจะพูดตอบ
“เราว่าที่ไอริสว่ามาก็ดูดีแล้วนะ คุยกันเรื่องชุดเชียร์เลยดีกว่า น่าสนุกดี”
“อื้ม โคลเวอร์เห็นด้วยล่ะ อยากรู้แล้วว่าจะได้ใส่ชุดอะไร (หัวเราะ)”
“ไหนๆสีเราก็เป็นสีขาว ผมว่าเราว่าลองชุดเชียร์ตามหมากธีมหมากรุกก็ไม่เลวนะ เท่ห์ดีด้วย”
หนุ่มน้อยน้องสุดของห้องส่งเสียงเสนอ
“อื้ม อย่างน้อยชั้นก็จะได้รู้ว่าสีเรามีสมาชิกผู้ชายอย่างน้อยสองคนฟังชั้นอยู่”
หัวหน้าการประชุมพูดติดตลก
“เหอะ ชั้นล่ะไม่อยากจะนึกว่ายัยทอมนี่จะใส่ชุดหลีดแล้วจะออกมาเป็นยังไง”
เด็กชายหัวเกรียนกอดอกพูดขึ้นอยู่ที่มุมห้อง พลางส่งสายตาแสดงเจตนาโจมตีเด็กสาวคนหนึ่งในห้อง
“ว่าแต่นายเหอะไอ้ปอด แค่รับคำท้าชั้นยังไม่กล้า ยังจะมีหน้ามาค่อนแคะชั้นอีกเรอะ”
เอาคืนอย่างเจ็บแสบ
บรรยากาศการประชุมเริ่มเปลี่ยนไป เอ่อ อย่างสนุกสนาน ด้วยการปะทะคารมกันระหว่างหนึ่งชายขี้รำคาญ กับหนึ่งนางใจชายเกินร้อย
และสิ่งนั้นเองที่หันเหความสนใจของเจ้าของมือที่ขยับดินสออยู่
“นี่ๆ จะทะเลาะกันก็เอาไว้ทีหลังเหอะ ไว้งานเสร็จก่อนจะฆ่ากันยังไม่สาย”
ประธานสีพูดอย่างเหนื่อยหน่าย หลังจากการโต้วาทีอย่างเผ็ดร้อนดำเนินไปได้ 5 นาที.. โดยไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ
“ชั้นก็ว่างั้นแหละ ขอกลับก่อนละกัน”
สิ้นเสียงเด็กชายก็คว้ากระเป๋าขึ้นพาดบ่า ก่อนจะเดินลับสายตาออกไป โดยมีเสียงของสาวน้อยเป็นเครื่องส่งตาม
“ไอ้ปอดเอ๊ยยยยย”
... ดังขนาดนี้ ไม่ได้ยินไม่ได้แล้วล่ะ
“อินทรีล่ะก็ ไม่เห็นต้องไปหาเรื่องแมนเค้าอย่างนั้นเลย”
“ห๊ะ นี่หมายความว่าเธอเข้าข้างหมอนั่นเหรอยัยโค?”
สองมือบีบแก้มสาวน้อยเจ้าของเสียง
“เอ่าอ๊ะอ่อยยย เอ็บอ๊า”
“เอ่อะ. อย่าแกล้งโคลเวอร์เค้าอย่างนั้นเลยครับคุณอินทรี”
อุทิศฐานเริ่มร้องขอชีวิตสาวน้อย เพราะดูท่าทางเด็กหญิงแล้วน่าจะเจ็บจริง
สาวทอมละสายตาจากแก้มของเหยื่อ(?) มาที่ต้นเสียง
“อ่ะ ก็ได้ รอดตัวไปนะยัยโค”
“อินทรีใจร้ายอ๊ะ”
สาวน้อยแก้มแดงโดยไม่ได้เจตนาวิ่งมาแอบหลังเด็กชายหัวยุ่ง
“ว่าแต่นายเถอะกิ๊ฟ นั่งนิ่งอยู่นานสองนาน เขียนอะไรอยู่เหรอ?”
สิ้นคำถาม มือซ้ายของคนถามก็คว้ากระดาษจากโต๊ะของเด็กชายไปเพ่งพิศเอาโดยไม่คิดจะขออนุญาต
“เห สวยดีนะเนี่ย นายเขียนอะไรแบบนี้เป็นด้วยเหรอ”
“ก็ นิดหน่อยน่ะครับ”
“นี่ชุดหลีดของสีเราเหรอ?”
เด็กชายเห็นท่าดีที่จะลากที่ประชุมเข้าสู่หัวข้อสนทนา จึงบรรยายรายละเอียดของสเก็ตช์ของตนอย่างเป็นการเป็นงานที่สุดที่ตรจะทำไหว ได้ผล ที่ประชุมฟังเขาพูด
“ก็เข้าท่าดีนี่นา เอาชุดนี้แหละ หาคนใส่เลยดีกว่า”
ประธานที่ประชุมเริ่มกลับสู่ตำแหน่งของตน
“เอ๊า จะมีใครล่ะ คนเขียนเค้าอุตส่าห์ตั้งใจเขียน ก็ให้เค้าใส่เสียเลยไง้”
หางเสียงลากขึ้นสูง สูงเกินกว่าที่ควรจะเป็น สูงอย่างที่คนพูดมักจะใช้ และสูงอย่างที่เด็กชายไม่อยากได้ยิน
“อ่ะ มะ หมายความว่าไงน่ะครับ?”
“ก็หมายความอย่างที่ชั้นพูดน่ะแหละ นายน่ะ เป็นหลีดซะก็ได้นี่”
“เราเห็นด้วยนะ ถ้ากิ๊ฟเป็นหลีดต้องสนุกแน่ๆเลย (หัวเราะ)”
สาวน้อยที่อยู่ข้างหลังเขาเริ่มเห็นดีเห็นงาม
.....
อ้าว.. ทำคุณกับงูเขียวซะงั้นน่ะกู
TBC นะครับ.
สรุปของหนนี้
- กิ๊ฟชอบทำกิจกรรม และรู้สึกชอบใจที่จะได้ทำกีฬาสี
- กิ๊ฟไม่ค่อยอยากเป็นหลีด เพราะคิดไปก่อนว่าตัวเองจะทำได้ไม่ดี
- กิ๊ฟรู้สึกว่าสีขาวสนุก และเป็นกันเอง
- กิ๊ฟเริ่มได้คุยกับนักเรียนคนอื่นมากขึ้น อย่าง อินทรี หรือ ไอริส
อนึ่ง อุทิศฐาน เขียนยังงี้น่ะครับ
อสอง Give ยังงี้ด้วยน่อ
อสาม ได้อ่านหนังสือของคุณวินทร์อีกเล่ม เริ่มอยากเขียนขึ้นเป็นกระบุงโกยเลยครับ (หัวเราะ)
คุณวินทร์ โอ้ว รุ่นพี่คณะ กรี๊ดกร๊าด
พี่คณะ กรี๊ดกร๊าด(เพื่อ!!!)
ฮะๆ
แอบมันส์นะเนี่ย
กิ๊ฟน่ารักจริงๆด้วย55+
#1 By [veho+อินทรี on 2008-10-13 21:57