มังกะวิจักษ์ - Katekyo Hitman Reborn! [vol.1]
posted on 29 Jun 2008 16:49 by zairen in Articlesการ์ตูน ( รวมถึงกิจกรรมใดๆที่เกี่ยวข้องแม้เพียงส่วนใดส่วนหนึ่ง อย่างการวาดการ์ตูน การรับชมการ์ตูนทางโทรทัศน์ หรือการแต่งกายเลียนแบบการ์ตูน ที่ผู้ใหญ่ไม่ีรู้ว่าจริงๆแล้ว เราอยากให้เรียกว่าคอสเพลย์ ) มักถูกมองว่าเป็นกิจกรรมที่เป็นการผลาญเวลาที่มีค่าไปอย่างไร้สาระ ผู้ปกครองส่วนใหญ่มักพึงใจจะเห็นบุตรหลานของตนง่วนอยู่กับกองหนังสือเตรียมสอบท่วมหัว เอกสารประกอบการเรียน (ซีรอกซ์) หรืออะไรก็ได้ที่ห่างไกลศิลปะภาพเขียนขาวดำ บนกระดาษหนังสือพ๊อกเก็ตบุ๊คเหล่านี้
แต่คนมันชอบ คนมันรัก จะให้ทำไงได้?
หากเราจะลอง present วงการการ์ตูนให้้ผู้ใหญ่มองในวิสัยทัศน์ที่สร้างสรรค์ คงวิเศษไม่น้อยครับ แต่ก็อย่างที่ทราบกันดีล่ะฮะว่านั่นน่ะมันเป็นมายาคติ วงการนี้เป็นเหยื่อของสื่อมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว บทเรียนจากการบุกรวบร้านอากิบะ หรือ ตอนพิเศษของรายการหลุมดำ น่าจะยังลอยเคว้งอยู่ในก้นบึ้งของความทรงจำของหลายคน
กล่าวไปตามอารมณ์เท่านั้นล่ะครับ
ได้แต่คิดแต่คงไม่เขียนเรื่องนี้ยาวๆหรอกฮะ เพราะเขียนไป
คนที่อยา่กให้อ่านเค้าก้ไม่เสียเวลามาอ่านกันหรอก
มีแต่เราแสดงความคิดเห็นกันไปกันมาเนี่ยแหละครับ
เกริ่นนานเหลือเกิน ทำตามชื่อ entry ได้แล้วมังนี่
" มังกะวิจักษ์ " คืออะไร?
มังกะวิจักษ์เป็น term ที่ผมถือวิสาสาะสังเคราะห์ขึ้นมาเองครับ ตามแบบเรียน ม.ปลาย เราจะได้เจอะหน้ากับการวิจักษ์วรรณกรรมหลายๆเรื่อง ที่เรียกๆว่าวรรณคดีวิจักษ์นั่นแหละครับ จะเห็นได้ว่า หากผลงานของกวี หรือ นักเขียนท่านใดในอดีตมีคุณค่าน่าศึกษา ก็จะมีนักวิจัยมาทำวิจักษ์กันให้เราก้มหน้าก้มตาเรียนกันไป แล้วทำไม การ์ตูนดีดี การ์ตูนมีคุณภาพ เราจะเอามาทำวิจักษ์บ้างไม่ได้ล่ะ?
ทำไมต้องมีกัน 7 คน? มี 5 คนไม่ได้เหรอ จะได้เข้าแก๊กแก๊งเซนไต ขบวนการมนุษย์ไฟฟ้า 5 สีกันไปเลย? อะไรๆก็น่าจะมีเหตุผลทั้งนั้นครบ ถ้ายังไงก็ลองเช็คดูไปพร้อมๆกับผมไหมล่ะ?
สิ่งที่ Varia Assassination Squad ของ Vongola สะท้อนอยู่ คือบาปร้ายแรง 7 ประการ หรือ 7 Deadly Sins ของศาสนาคริสต์ครับ พูดไปถึงเรื่องนี้แล้วทำให้ผมมีความรู้สึกว่า ผู้ใหญ่น้อยท่านคงจะมีความรู้เรื่องนี้ (เอาในบ้านเรานะ คริสเตียนเค้ารู้กันอยู่แล้วล่ะ) แต่เรื่องนี้กลับเป็น Theme หลักให้นักเขียนนักอ่านการ์ตูนเอามาหยิบใช้กันบ่้อยพอสมควรเลยนะครับ
ลองมาชี้กันเป็นคนๆไปเลยดีกว่า
คนแรกที่เราเห็นหน้าค่าตากันก็คือ Superbi Squalo พี่หลามผมยาวน่ะเองฮะ
ชื่อสกุลของ Squalo (Superbi) นั้นแปรมาจาก Superbia ซึ่งมีความหมายในภาษาละติน (Superbia Peccatum) ว่า Sin of Pride หรือ บาปแห่งความเย่อหยิ่ง (ค่อนข้างแตกต่างกับคำว่า หยิ่งยะโส นะครับ) ซึ่งสะท้อนเห็นชัดได้ในคาแรกเตอร์ของ Squalo Squalo มีความภาคภูมิใจ และทะนงตนใยวิชาดาบของตนมาก ด้วยความเย่อหยิ่งนี้ทำให้ Squalo ท้าสู้กับ Sword Emperor (รู้สึกว่าสยามฯจะแปลไว้ว่า เทพกระบี่ มังครับ) จนเอาชนะได้ในที่สุด
หากใครยังจำได้ว่าทำไม Squalo ถึงไว้ผมซะยาวขนาดนี้ ก็คงจะพอนึกออกเรื่องสัญญาของเค้ากับ Xanxus ที่จะไม่ตัดผมจนกว่าจะทำให้ Xanxus ได้เป็นรุ่นที่ 10 ของ Vongola หลายครั้งหลายคราที่ Squalo นั้นแสดงอากัปกิริยาโอหังบังอาจต่อหน้า Xanxus ผู้เป็น boss ในบังคับบัญชาด้วย ในส่วนนี้หากเราจะวิเคราะห์แล้วสรุปว่า เป็นความจองหอง โอหัง ก็คงจะไม่ผิดนักครับ
นอกจากนี้แล้วก็ยังมีอีกหลายครั้งหลายครา ที่ Squalo แสดงคาแร็กเตอร์ความเป็นตัวแทนบาปหยิ่งออกมาเหมือนกันครับ เช่น ตอนปะทะกับยามาโมโตะ ที่ไม่ยอมใช้คมดาบเข้าต่อสู้ และเมื่อแพ้ ก็ไม่ยินดีจะรับความช่วยเหลือของยามาโมโตะไว้ วึ่งน่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับจุดจบของผู้ถูกความผิดบาปประการนี้เข้าครอบงำนะครับ
ต่อมา คนที่สอง เอาเป็น Levi • A • Than ก็แล้วกันครับ
ในส่วนของชื่อนั้น Levi • A • Than หรือ Levi อาจดูคุ้นเคยอย่างคลับคล้ายคลับคลาในสายตาของใครหลายๆคน ยิ่งหากใครเป็นคอเกม RPG series อมตะทั้งหลายแหล่ หรือนักอ่้านนิยาย fantasy คงจะพอเดาได้ว่า ชื่อนี้มีที่มาจาก Leviathan หรือ อสูรแห่งท้องทะเล ลีเวียธาน นั่นเองครับ อันที่จริงแล้วอสูรตนนี้ถูกจัดเป็นหนึ่งในตัวแทนของบาปร้ายแรง 7 ประการอยู่ด้วยครับ ซึ่งก็คือ Envy หรือ Invidia Peccatum หรือ Sin of Envy ซึ่งก็คือ ความอิจฉา ในไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดก็ตาม ของผู้อื่นนั่นเองครับ
อันที่จริง ตามพระคัมภีร์แล้ว นอกจาก Leviathan ผู้เป็นอสูรแห่งท้องทะเลแล้ว ยังมี่ Behemoth อสูรบนพื้นพิภพ และ Ziz อสูรแห่งท้องนภาด้วยครับ แต่ 2 ตนให้หลังนั้นไม่ได้ถูกจัดไว้ประจำ Deadly Sin ไหนเลย
ในส่วนของเนื้อเรื่องนั้น Levi ได้แสดงคาแร็กเตอร์ของบาปแห่งความอิจฉาไว้ไม่มาก และไม่เด่นชัดสะดุดตาเท่าไรนัก แต่หากลองวิเคราะห์และยกทฤษฎีไว้ก่อนหาเหตุผลสนับสนุนดู ก็จะพบว่าสอดคล้องกันอยู่หลายจุดไม่น้อยเลยทีเดียวครับ Levi เปิดตัวด้วยการนำทีม Thunder Squad บุกค้าหา Guardian ของ Ring of Thunder เป็นคนแรก โดยมี Mammon กล่าวเคียงข้างว่า Levi นั้นทำงานว่องไวเป็นที่หนึ่งในเหล่า Varia เสมอ และคงจะได้เป็นมือขวาของ Xanxus ในเร็ววัน แม้เจ้าตัวจะกล่าวปฏิเสธ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานของ Levi ได้ค่อนข้างชัดเจนครับ
อีกครั้งหนึ่งกับที่ Mammon และ Bel กล่าวไว้ว่า Levi ยินดีทำทุกอย่าง, ทั้งนิสัยรักษาเวลา และความมุ่งมั่นที่จะเป็น Guardian of Thunder นั้นก็เพียงเพื่อให้ Xanxus ชมเชยตน และหากมีใครที่ดูเหมือน, และมีความเป็นไปได้ที่จะเหมาะสมกับตำแหน่ง Guardian of Thunder มากกว่าตนแล้วล่ะก็, Levi จะอิจฉาจนตาแทบลุึกเป็นไฟทีเดียว
นั่นคงจะเป็นเหตุผล ที่ Levi แสดงความไม่พอใจ ที่ Lambo มีความสามารถ Electrico Cuoio
ขอปิดท้ายกันอีกสักหน กับการไม่ยอมใครของ Levi ซึ่งไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำดีทำเด่นเกินหน้าเกินตาตนในสายตาของ Boss ซึ่งถ้าเราจะลองสรุปว่า สะท้อนบาปประการนี้ในทางอ้อม ก็คงจะไม่ผิดนักครับ
คนที่สาม และขอเป็นคนสุดท้ายของวันนี้ เอาเป็น Bel ละกันนะฮะ
Bel หรือ Belphegor ในเนื้อเรื่องนั้นมีฉายาว่า Prince the Ripper (ซึ่งสยามฯทำพลาดไว้ว่า " เจ้าชายนักสืบ = = " อันที่จริงเค้าคงตั้งใจจะแปลว่า นักสับ มากกว่าครับ แต่ถ้าถามผม ผมว่าไม่ต้องแปลน่าจะดูดีกว่าน่ะนะ) ในส่วนของชื่อนั้นอาจดูไม่คุ้นเคยกันเลย เลยนิยมเรียกชื่อย่อกันว่า Bel มากกว่า ซึ่งแท้จริงแล้ว Belphegor (หรือ Beelphegor) นั้นเป็นชื่อของปีศาจในพระคัมภีร์ (ระบุไว้เป็น Baal-Peor) เป็นปีศาจที่คอยให้ความช่วยเหลือ (ล่อลวง) นักค้นคว้า หรือนักวิจัย ด้วยการยื่นข้อเสนองามๆอย่าง ความรู้หลักแหลม หรือนวัตกรรมใหม่ล่าสุด เพื่อที่จะทำให้นักวิจัยเหล่านั้นร่ำรวย ซึ่งทำให้ Belphegor นั้นถูกจัดเป็นปีศาจประจำหนึ่งในบาปร้ายแรง 7 ประการ ซึ่งก็คือ Pigritia Peccatum หรือ Sin of Sloth น่ะเองครับ


Belphegor นั้นถูกแสดงด้วยภาพที่ค่อนข้างแตกต่างกันมากใน 2 ลักษณะคือ ภาพของหญิงงามเปลือยกาย และ ปีศาจเฒ่าหนวดเครายาว, มีเขา, และ เล็บแหลมชี้ยาวครับ
ตามเนื้อเรื่องนั้น Belphegor ( ซึ่งต่อจากนี้ไปจะขอใช้ภาษาปากเรียกเค้าว่า Bel ) นั้นเป็นเจ้าชายจริงๆที่สืบเชื้อสายราชวงศ์มา จึงมีคำพูดติดปาก เมื่อเกิดอะไรขึ้นว่า " Because I'm a prince. " หรือ " เพราะฉันเ็ป็นเจ้าชาย " อันแสดงให้เห็นถึงความเป็นคาแร็กเตอร์ของ Sin of Sloth หรือบาปแห่งความเกียจคร้าน ( ซึ่งแม้ Bel จะเป็นเจ้่าชาย แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจสามัญชนคนอื่นแต่อย่างใด ทั้งนี้ โดยส่วนตัวแล้ว ผมมีความคิดว่าหาก Bel ทำอย่างนั้นจะกลายเป็นว่า Bel แสดงคาแร็กเตอร์ของ Sin of Pride ออกมาแทนไป )
มีหลายอากัปกิริยาของ Bel สามารถสะท้อนให้เห็นถึงความเกียจคร้านภายในได้ค่อนข้างเยอะทีเดียว นั่นก็คือการหลบการโจมตีของโกคุเทระในการปะทะของศึกชิง Ring of Storm อย่างฉิวเฉียดไปแทบเสียจะทุกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่า ความเกียจคร้านนั้นมาแทบจะพร้อมๆกับความประมาท หรือความประมาทนั้นก็มีรากมาจากความเกียจคร้านนั่นล่ะครับ ซึ่งเมื่อโกคุเทระใช้ Rocket Bomb ในครั้งแรก Bel ก็หลบไม่ทันเสียแล้ว เพราะว่าประมาทไปนั่นเอง
อีกครั้งที่ค่อนข้างเด่นชัดคือ Bel จะแสดงความสามารถที่แท้จริงได้ก็ต่อเมื่อเห็นเลือดของตัวเองเท่านั้น อัน Bel จะนึกถึงเลือดของพี่ชายฝาแฝดของตัวเองทีเค้ากระซวกตายไป โดยบอกกับคนอื่นอย่างหน้าตาเฉยว่า " เข้าใจผิด คิดว่าเป็นแมลงสาป " ทั้งๆที่ศักยภาพที่แท้จริงของ Bel สูงมาก แต่กว่าจะลงมืออย่างเต็มสกิลได้ก็ต้องเห็นเลือดของตัวเองเสียก่อน ก็สนับสนุนความเป็นคาแร็กเตอร์ของ Sin of Sloth ได้เ็ป็นอย่างดีครับ
รู้สึกจะขึ้นรูปให้ Bel เยอะเกินหน้าเกินตาไปหน่อยนะฮะ ไหนๆก็ไหนๆล่ะนะ ฮะฮะ
ส่วนนี้เพื่อยืนยันว่า Bel นั้นจะหลบเพียง " เพื่อพ้น " จริงๆครับหากจะคิดว่าเป็นการประหยัด move ก็เป็นไปได้เหมือนกัน แต่ถ้าจะคิดว่าเป็นเพราะความขี้เกียจ ก็มีความเป็นไปได้ในลักษณะเดียวกันครับ
ผมเองเพิ่งจะเคยอัพอะไรบ้าพลังแบบนี้ก็หนนี้เป็นหนแรกเนี่ยล่ะครับ = ='' ในคราวนี้ก็ต้องขออนุญาต หยุดไว้ที่แค่ 3 คนก่อนละกันฮะ แน่นอนว่าจะมาต่อ vol.2 แน่ๆครับ
http://en.wikipedia.org/wiki/Vongola_Family#The_Varia
http://en.wikipedia.org/wiki/Seven_deadly_sins
และ dict Latin
ครับ
อนึ่ง สารภาพกันโต้งๆว่า vol.2 อาจจะต้องรอกันนานหน่อยนะฮะ อย่างน้อยก็หลัง mid-term ล่ะ
อสอง ชอบใจ รบกวนจิ้ม hotpost ไว้เป็นกำลังใจด้วยนะจ๊า
เราว่านะ ผู้ใหญ่เค้าถ้ามาอ่านดูก็คงอ่านผ่านๆไป ไม่ได้เห็นถึงข้อที่นำมาเสนออย่างนี้แหละ
)

ผมว่า
ลุธเซเรีย-ไอ้บ้านี่lustแหงๆ
Xanxus-ความโกรธมั้ง ท่าทางเหมือนพวกโมโหร้าย
มามอน-ชื่อเดียวกับมารประจำบาปโลภเลย นิสัยก็ใช่ เพราะงั้นคงโลภ
โกร่ามอสก้า-เหลือแค่อันเดียว เพราะงั้นเอาบาปตะกละไป แต่มันตะกละไงหว่า
จะว่าไปแล้วบาปหยิ่งpecca superbiaของSMNทำไมไม่เก่งแบบสควอลโลหนอ
#1 By MD [คนพูดมาก@สิงคโปร์] on 2008-07-05 12:44