บทที่งดงามของชีวิต ม.ปลาย : Oliver Twist
posted on 30 Dec 2007 21:06 by zairen in Diary
ตามสัญญาตัวเอง ขอท้าวความกลับไปเมื่อวันที่. เออ วันที่ื่เท่าไรวะ - -* ใครอ่านแล้วจำได้ก็บอกให้ตัวเองฟังละกัน ใครจำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ใครไม่รู้เรื่อง รำคาญอีคนเขียนนี่แล้วก็ลากเคอร์เซอร์ไปกระแทกกากบาททิ้งซะเลยก็ได้ครับ
วันนี้รู้สึกว่าผมจะรั่วไปเรื่อยๆล่ะครับ ใครทนหมอนี่ไหวก็อ่านต่อไปนะจ๊ะ
เข้าเรื่องๆ Oliver Twist!!
Q: Oliver Twist คืออะไร
A: Oliver Tiwst คือนิทานเด็กของประเทศอังกฤษเนื้อเรื่องกล่าวถึงเด็กผุชายกำพร้า ไม่มีพ่อไม่มีแม่ จะพูดซ้ำทำไม ต้องถูกโบสถ์รับไปเลี้ยง แถม born lucky ไปถึงวันแรกก็ทำเรื่องเลย เนื้อหาออกแนวรันทด เข้าใจว่าอิมพอร์ตมาแข่งกะนิทานไทยเศร้าๆอย่างปลาบู่ทอง อะไรเทือกนั้น เอาเป็นว่าเรื่องมันก็สนุกดีน่ะครับ อย่าสนใจผมเลย นิ้วซนอีกแล้ว
Q: แล้วอีนิทานรันทดนี่มันเกี่ยวอะไรกะแก
A: เค้ามีการจัดประกวด English Drama Contest ครับ ปลาเป็นภาษาไทยกลางได้ว่า ประกวดการแสดงละครภาษาอังกฤษ ผมกะเพื่อนๆอยู่ในกองละครน่ะ (เรียกว่ากองถ่ายได้ไหมนี่ เหอเหอเหอ)
ร.ร. ของผมได้เล่นเรื่องนี้น่ะครับ เพื่อนผมบางคนก็เล่นเป็นตัวละคร บางคนก็เป็น back stage อยู่เบื้องหลัง บางคนโคตรเก่งก็ควบมันสองตำแหน่งเลย เงินเดือนไม่ได้ซักกะตำแหน่ง ว่างๆไปเป็นผุกำกับให้เค้าอีกตะหาก
ปีหน้าผมส่งชื่อชิงออสการ์ให้ดีมั้ยหนู
ซึ่งตอนแรกคิดว่าจะเป็นอะไรสนุกๆ บวกกับผมเรียนไม่เก่ง (ขี้เกียจ) เลยอยากหาประสบการณ์ทำงานย่อยๆให้ตัวเองดูบ้างๆ ก็เลยสมัครเป็น back stage ไปครับ
ชื่อตำแหน่งน่ะเท่ห์ แต่ขอโทษ ไม่ค่อยต่างกะจับกังสักเท่าไรหรอกครับ
ซึ่งผมก้ได้ประสบการณ์อย่างที่หวังไว้จริงๆด้วยแหละครับ อันที่จริงแล้ว ได้มากกว่านั้นเยอะด้วยซ้ำล่ะมั้ง?.
เช่น ยัยสองคนนี้
คนซ้ายชื่อมด คนขวาชื่อเต้ย เหตุผลอะมี แต่ไม่บอก เด๋วโดนลบ เหอเหอเหอ
ยัยสองคนนี้เอาเลือดผมไปเยอะมากครับ - -*เพราะความจริงแล้วยัยสองคนนี้เป็นแค่แผ่นโฟมหลายๆแผ่นมาประกบกันแล้วแกะเป็นตุ๊กตาน่ะครับ ซึ่งผมก็ฟันนิ้วตัวเองไปหลายรอบเหลือเกิน แถมบางคนแกะดีดีไม่ได้ เอามาฟันเข่าผมอีกต่างหาก ดีเหมือนกันเว้ย ผลงานจะได้มีจิตวิญญาณ
ซึ่งๆ เค้าก็เป็นอุปกรณ์ประกอบฉากนั่นเองครับ ตามหลักแล้วเค้าจะใช้คำว่า Prop (พร๊อป) นะครับ
งานหลักของ BS ก็คือทำ Prop นี่่แล นอกจากนี้ก็มีโหลดของ ซื้อกับข้าว ให้น้ำนักแสดง
ซึ่งพอได้ทำจริงๆแล้วรู้สึกว่ามันสนุกมาก มันคุ้มมาก ในขณะที่เรามอบอะไรบางอย่างให้มัน มันก็ให้อะไรหลายๆอย่างมากมายมาให้กับเรา บางอย่าง ที่ผมรู้สึกประทับใจมากๆ จากการได้เป็นส่วนหนึ่งของกองละครเนี้ยแหละครับ หลายสิ่งหลายอย่าง ที่ผมไม่แม้แต่จะคิดว่าจะได้จากการได้ลองเข้ามาสัมผัสในกลุ่มคนที่กลมเกลียวกัน ที่มีจุดประสงค์เดียวกัน ที่รักกัน ที่เชื่อในกันและกันนี่แหละครับ ^^ ใครอัพสกิลข้ามสายก็อย่างบรรทัดบนๆเลยครับ ควบมันหลายๆตำแหน่งไปเลย
จะเขียนซึ้งเอาไว้ทีหลังดีกว่ามั้งนี่ เอาภาพเหตุการณ์ก่อนน่าจะดีกว่าล่ะมั้ง
รร ของผมได้เข้าไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศ แข่งกะ รร อื่นอีก 2 รร ครับ ซึ่งอีกหนึ่งในนั้นคือ รร ของพี่สาวผม แล้วพี่เค้าก็อยู่ในกองละครเหมือนกันด้วย ผุปกครองผมก็เลยต้องมาฟังพี่น้องเถียงๆกันเวลายกเรื่องนี้มาคุยกันประจำแหละครับ ไม่มีใครยอมใคร ของมันแน่ล่ะ ( ตอนรอบคัดเลือก ยืดใส่กันสุดฤทธิ์ว่า รร ฉันต้องผ่านชัวร์ๆ พอผ่านทั้ง 2 รร.ค่อยสงบศึกกันได้หน่อย เหอเหอ )
พอถึงวันจริง สิ่งแวดล้อมงี้เปลี่ยนไปแบบสุดๆเลยล่ะครับ เหมือนเข้ามาอยู่ในอีกโลกจริงๆเลยแหละ
ตอนเซ็ตฉาก นัดคิวกะหมู่มิตร BS ทั้งหลายนี่วุ่นกันสุดๆเลยแหละครับ
แถมโดนคุณครูเล็กด่ากันมึนไปเลย เกือบกลับบ้านไม่ถูกทาง สงสารเพื่อนเหมืือนกันโดนจิกอยู่คนเดียว ผมอะชินแล้ว เฮ้ย แย่แล้ว นี่เราเคยชินกับการถูกต่อว่าเรอะเนี่ยย
คุณก็หัวหมุนไปเลย แถมยังต้องพากันบากหน้าไปเคาะประตูสุรศักดิ์อีกตะหาก ยังดีที่เค้าเก็บไว้ให้นะนั่น ไม่งั้นผมคงรี่ไปขอเค้าแถวห้องครัวละล่ะ
นัดคิวกันดีแล้ว ซ้อมครั้งสุดท้ายแล้ว พอรู้สึกว่้า ไม่มีอะไรแล้วนะ เราทำที่ทำได้หมดไปแล้วนะ ที่เหลือที่พอจะทำได้ก็คือ รอ เท่านั้น เราเป็น BS จะเสนอหน้าไปดูละครของพวกเ้ราก็ไม่ได้ ดีที่สุดก็คือแอบลากพรรคพวกไปซุ่มในห้องฉายไฟ พยายามเนียนกับเงามืดกันสุดชีวิต ซึ่งพอถึงเวลาจริงๆแล้วน่ะ กรี๊ดกันแทบบ้า ไม่กลัวหรอกว่าใครจะเห็น เหอเหอ
ถ้าณัฐนิชารู้นี่ผมซวยแน่ๆเลยว่ามั้ยน่ะ
และแล้วมันก็ถึงเวลา เรื่องเราเล่นเป็นเรื่องสุดท้าย เรื่องแรกคือ สส เรื่องสองคือ สศ (ย่อดีมั้ยเนี่ย รู้สึกจะเขียนไปแล้ว) พี่สาวผมแอบไปมั่วบนเวทีด้วย เป็นคอสตูมไม่ใช่เรอะแก
พอถึงคิวเรา เจนร้องไห้ งงชิบเป๋ง ช่างแมร่งเหอะ
พวกเราทำตามหน้าที่กันเป๊ะๆ ส่งสัญญาณให้กันโดยไม่ได้นัดแนะมาก่อนผ่านความมืดบนเวทีที่ต่อไปจะมีนักแสดงที่แบกความหวังของพวกเราไว้มาเล่น เราทำทุกอย่างที่เรานัดกันมา อุปกรณ์ทุกชิ้นถูกจัดวางอย่างในแผน ก่อนที่พี่เมย์จะใส่ชุดเมด ขึ้นไปจุดไฟบนเชิงเทียนเหนือเตา่ผิง แสงเีทียนค่อยๆทอดตัวลงบนยัยเต้ยกะยัยมด.
ผมหมดหน้าที่จริงๆแล้ว รีบชวนคุณกะเหล่า BSs แบกชีวิตตัวเองเข้าไปแออัดกันอยู่ในมุมห้องสปอตไลท์ ดนตรีเราขึ้นไปก่อนแล้ว เสียง BGM จาก notebook ของเจ้าคุณน้องกานต์ดูเบามากเพราะต้องแข่งกะคอนเสิร์ตของคุณโก้ข้างหลังเวที เม็ดสีแสบตาข้างในหัวผมวิ่งวนจนมึน ในขณะที่ละครของเรา เริ่มแล้ว..
ทุกอย่างเดินไปเร็วมาก ยังกะมีใครไปบิดเข็มนาฬิกาตามใจตัวเองได้ พวก boys ยังคงร้องเพลงได้สมบูรณ์แบบตามที่ซ้อมเรียบเรียงใหม่กันมา จนถึงฉากที่ Oliver คุง จะต้องถูกเมดไล่จับ..
ตอนเนี้ยแหละ
ตกใจโคตรๆ !!!!!!!!!!!!! ไมโครโฟนของ Oliver มันจะหลุด !!!! ชิบห๊ายยยย !!
ถือว่ายังโชคดี ที่ไอ้ไมค์เจ้ากรรมมันแขวนร่างตัวเองไว้กะแจ๊คเสียบได้ จนจบน่ะนะ
เพราะคุณไม่ได้ไปวิ่งแก้บนแหงเลย ของ ยบ แรงว่ะเว้ยเฮ้ย
ทุกสิ่งทุกอย่างจัดระเบียบตัวเองอีกครั้ง ละครของเราดำเนินไปจนจบเรื่อง ไม่ต้องสงสัยเลย เสียงเชียร์กึกก้องกระหึ่มโรงละคร เชื่อว่ากว่าครึ่งมาจากเด็ก ยบ. ที่แบกชีวิตกันไปชม ผมแหกปากประกาศชื่อสังกัดโรงเรียนตัวเองให้ดังที่สุดเท่าที่ทำได้ ใครอุตส่าห์ไปดูอย่างที่ขอไว้ ผมขอขอบคุณจากใจจริงมา ณ แถวๆนี้เลยนะครับ คุณคือส่วนสำคัญที่สุดส่วนหนึ่ง ของละครเรื่องนี้ล่ะครับ
เสียงปรบมือทอดยาวออกไป จนถึงวาระที่คณะกรรมการจะแถลงอะไำรสักนิด
เราวิ่งอุตลุดกันลงจากห้องฉายไฟไปยังข้างเวที เป็นเวลาเดียวกับที่คณะกรรมการขอให้ รร เราพูดอะไรบางอย่างก่อนจะประกาศผลกา่รตัดสิน ถึงจะมองจากข้างๆไม่ถนัด แต่รู้สึกว่าทุกคนจะยัดเยียดไมค์ไปที่เกรท ซึ่งถือว่าดีมากๆ เพราะหมอนี่ไหลไปเรื่อย ให้พูดซะตอนนั้น มันก็ยังพูดได้ดี
เกรทของใจทุกคนที่นึกได้ เพื่อนๆ ผู้ปกครอง back stages อาจารย์ ผู้ชม ทุกมนุษยชาติในทางช้างเผือก ขอบใจเว้ยที่ยังไม่ลืมกัน เรารู้สึกว่าตัวเรามีค่าขึ้นเยอะ
แล้วเวลาสำคัญก็มาถึงอีกครั้ง เค้าจะประกาศชื่อตามลำดับ ที่ 3 ก่อน
"สส วิทยาลัย..!!! "
/omg
ตกใจอีกที ระคนจะดีใจ แต่อย่างไรก็แปลกใจมากๆ มาถึงตอนนี้ยังนึกไม่ออกว่าทำไม รร เรากะ สส ไม่แย่งที่หนึ่งกัน?
งงได้ไม่ทันไร เค้าก็จะประกาศผู้ชนะแล้ว..
ผมนึกว่าผมจะเหงื่อออก แต่ตอนนั้นทุกอย่างมันเย็นมาก ตาผมหรี่เองโดยที่ผมไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ มือขวาขยุ้มเสื้อด้านหน้า ส่วนมือซ้ายกำบีบตัวเองเสียแน่น เจ็บรึเปล่าก็ไม่รู้ เพราะแทบจะทุกความรู้สึกของร่างกายของผม สามัคคีกันมารวมอยู่ที่หูสองข้าง..
คุณเองก็ลุ้นสุดตัว ผมเองก็อยากให้คุณสมหวัง ..
" โรงเรียน ...... "
....
.....
...
..
" ยบ !!!!!!!!!!!!!!!!!! "
" !!!!! "
" กว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก๊าซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ !!!! "
ตอนนั้นน่ะ บนเวทีได้ประมาณขนาดนี้เลย ล่ะมั้ง
ใครเป็นใครดูเองน่ะ ผมว่าน่าจะวาดครบแล้วล่ะมั้ง
แต่ข้างๆเวทีน่ะ สุดๆไปเลยล่ะ..
อันนี้อ่ะวาดไม่ครบ ขออภัยจริงๆ แต่ผมไม่ลืมใครเลยนะ ถึงจะไม่ได้เขียนไว้ แต่เราก็รู้กันอยู่แล้วใช่ไหมล่ะครับ
ดีใจโคตรๆ ดีใจมากๆ สุขสุดๆ เราสมหวังกันจนได้ เราทำสำเร็จแล้ว มันเกิดขึ้นแล้วววว
พี่เซนท์กะพี่บูมลากพวกเราไปกินน้ำองุ่นร่วมสาบาน เอ่อ สาบานว่าอะไรก็ไม่รู้ แต่ก็เอามันข้างเวทีเนี่ยแหละ
ผมดีใจเหมือนคนบ้า แหกปากร้อง ยบ ยบ ไม่หยุด พวกเรา BSs ร้องเล่นเต้นกระตุกกันอยู่ข้างๆเวที ก่อนที่นักแสดงจะชวนพวกเราขึ้นไป..
พวกเราทำผิดหน้าที่กันเป็นครั้งแรก เสด็จขึ้นเวทีไปแสดงความยินดีกะนักแสดงทุกๆคน เพื่อนๆของเรา รุ่นพี่และรุ่นน้อง ต่างปลื้มอกปลื้มใจกันมาก ผู้อำนวยการโรงเรียนอุตส่าห์เตรียมของขวัญเป็นตุ๊กตาหมีมาแจกให้กองละครคนละตัว เด็กผุหญิงปลื้มใจกันมาก เราได้ยินเสียงดังไม่ได้ศัพท์อยู่รอบๆ บรรยากาศที่ผมไม่คุ้นเคย แต่โหยหา สส ลงมือบูมกันตามประเพณี พาวเวอร์ฟูลสุดๆ สศ ก็แสดงน้ำใจ ร้องเพลงประจำ รร แล้วอีอย่างนี้ มีรึ ยบ จะยอมน้อยหน้า ก็แหกปา่กกันเข้าไป
" ยบ ถิ่นศึกษาสถาบัน!! มุ่งมั่นอบรมลูกหลาน~~~!!! ยบ ขึ้นชื่อมานานนนน~~!!!! อะต๊าาา!!! "
..ผมมั่นใจ ว่าหมีที่ผมได้มา มันชื่อ Oliver แน่เลยล่ะครับ (ถึงในภายหลังพี่สาวผมจะมายึดไปก็เถอะ
)
ทุกอย่างจบลงด้วยดี BSs กลับไปทำหน้าที่ โหลดมาแล้วก็ต้องโหลดกลับ สาวน้อยหนึ่งท่านทำแก้วแตกฉลองชัย แก้วเดียวไม่เท่าไร แต่ 2 in a row นึกว่าเค้าจะทำแฮททริกซะแล้ว เหอเหอ
อะไรที่ผมช่วยได้ผมก็อยากช่วยน่ะครับ ได้รับบาปคุณก็ถือเป็นเกียรติแล้ว 555+
ทุกอย่างที่ขนมาก็โหลดกลับขึ้นไปบนรถบรรทุกคันเดิม ทิ้งฉากไว้ เพราะจะใช้อีกรึมันเอากลับไม่ได้ก็ไม่รู้เหมือนกันครับ บรรยากาศบนรถดีมากครับ พวกเราทำสำเร็จแล้ว ความสุขตลบอบอวลไปทั่วรถบัส พี่แชมป์ออกลายที่หลังรถ กลุ่มน้องฟ้าก็ฮาเฮเสสรวล ผมเองไม่ค่อยเคยชินกับความสบายอกสบายใจแบบนี้เท่าไร แต่พอได้สัมผัสความรู้สึกนี้หลังจากไม่ได้รู้สึกมานาน ผมสุขใจ และปลื้มใจมากครับ
ถ้าคุณหัวเราะภาษาผมอีก ก็ไม่ต้องอ่านต่อแล้ว
ณ วินาทีนั้น ผมคิดว่า นี่แหละ คือสิ่งที่เราทำมันมาเพื่ออะไร,
สิ่งนั้น ไม่ใช่ชัยชนะ ไม่ใช่ตำแหน่งแชมป์เปี้ยน หรือเงินรางวัล 1 แสนบาทไทย ,
สิ่งนั้น ผมคิดว่า จะไม่อธิบายมันมากไปกว่านี้ ไม่งั้น entry นี้แมร่งไม่จบแน่ๆ,
แต่เพราะสิ่งนั้น ผมถึงอยากให้ทุกคนลองรู้สึก จนมานั่งกระแทกคีย์บอร์ดอยู่ตรงนี้แหละครับ.
ช่วงขอบพระคุณ
- ขอขอบพระคุณ อ. ที่ปรึกษาทุกๆท่าน แล้วทุกๆท่านที่ลงมือทำมากกว่าให้คำปรึกษา 
- ขอบคุณนักแสดงทุกๆท่าน ทั้งซีซั่นนี้และซีซั่นก่อน เพื่อนฝูง รุ่นพี่ รุ่นน้องทุกๆคน ทุกคนแน่มาก ขอบคุณจริงๆครับ 
- ขอบคุณ Backstages หลายหมื่นชีวิต (เวอร์ไป๊) เพื่อนๆ รุ่นน้องรุ่นพี่ ทั้งคนที่สมัครใจมา และคนที่ถูกล่อลวงมา เพราะทุกๆคนที่อยู่ข้างหลังเวที มันถึงสำเร็จเป็นละครเวทีนะ 
- ขอบคุณพี่ๆสต๊าฟส์ของภัทราวดีเธียร์เตอร์ และอาจารย์เล็กด้วยครับ
- ขอบผู้ชมทุกๆท่านที่แบกชีวิตกันมาที่โรงละครในวันนั้น เพลงประจำ รร เราคงไม่หนวกหูอารยชนขนาดนั้นถ้าขาดพวกคุณนะ
- ขอบคุณคณะละครของ สส และ สศ ด้วยครับ คุณแน่มากจริงๆและมีน้ำใจนักกีฬากัน น่ารักมากๆครับ 
- ขอบคุณคุณด้วยล่ะนะครับ เออ คุณนั่นแหละ จะยิ้มทำไม ยังอ่านไม่จบเลย ถ้าคุณไม่มาคอยไล่บี้ขยี้ไถผม หรือจิกให้มา่ทำงาน ผมก็คงยังนอนงีบอยู่หลังห้องล่ะนะ คุณอาจจะให้อะไรผมได้มากกว่าที่คุณนึกได้เสียด้วยซ้ำนะจะบอกให้ ผมรู้สึกเป็นเกียรติและสบายใจมากๆระหว่างที่ได้ทำงานกะคุณล่ะครับ
จบเหอะ ยาวเหลือเกิน
อนึ่ง ใครอ่านจบ ไปเบิก 1% จากเงินรางวัลได้ที่ อ.พณอ ผมอนุญาต
อสอง entry นี้ผมเขียนสนุกมากๆ ปิติว่ะ ขนาดผ่านมาเดือนนึงแล้วนะเนี่ย
อสาม วาดบีสนุกดี วันหลังจะเขียนอีกเยอะๆ

เหอะๆๆ
สวยจิงๆนะ
สุขสันต์วันปีใหม่คับ
#1 By แดนไกล ไลบีเรีย on 2007-12-31 00:54