วันนี้ก็เพิ่งกลับมาจากไปสอบ ร.ด. มาเองครับ เพิ่งขึ้นมาจากอ่างน้ำร้อนตัวฉุยๆเลยเนี่ยแหละ ไม่ได้นึกกระแดะจะออนเซ็นยังไงขึ้นมาหรอกนะครับ แต่ขอทีเหอะ อยากแช่น้ำโครตๆ อ้า เหมือนตายแล้วเกิดใหม่
ในเมื่อเกริ่นแล้วก็ขอบ่นเสียหน่อย เรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเมื่อเช้านี้ครับ ผมแหกเปลือกตาตื่นมาตอนตี 4 ครึ่ง [จากที่นอนตอนเกือบตี 1 - -*] เพื่อเตรียมตัวไปสถานที่สอบครับ เป็น ศูนย์กลางกำลังสำรอง ไม่บอกว่าอยู่ที่ไหน บอกใบ้ว่าอยู่เขต ด.ด. ถนน ว.ภ.ว.ด ก็แล้วกัน 117 วิ่งผ่านด้วย เอ้า เอาไปเดากันเอง
ผมนั่งรถแท๊กซี่มาถึงสถานที่ตามใบนัดตั้งแต่เวลาตี 5 ครึ่ง เพราะตามเอกสารแล้วต้องเรียกรวมพลกันตอน 6 โมงเช้า ผมจึงเดินไปเซอเวย์รอบๆสถานที่ครับ เริ่มที่โรงอาหารก่อน เพราะผมมาเช้า หลายร้านจึงยังเตรียมร้านไม่เสร็จ ผมเลยอดกินเย็นตาโฟแล้วต้องไปกินข้าวขาหมูแทน 18 บาทเองครับ แต่ให้น้อยยังกะอาหารแมว อ่อๆๆ เพราะยังงี้พวกทหารถึงไม่อ้วนกันนี่เอง อืมๆ มีเหตุมีผลดี
ต่อจากนั้นผมจึงเดินไปรอบๆค่ายครับ ใหญ่เอาเรื่องเหมือนกัน ผมเดินไปดูสนามที่อาจารย์บอกว่าเป็นสนามปราบเซียน ที่ผมต้องมาวิ่งแปดร้อยเมตร (ราวๆ 2 รอบครึ่งน่ะ)ตอนนั้นก็ยังไม่รู้ถึงพิษสงค์ของมันหรอกครับ ก็เดินเล่นรอบๆมันน่ะแหละ ก่อนจะไปเจอสถานีดันพื้น (ภาษาอุบาสกอย่างเราๆก็คือวิดพื้นนั่นเอง) ซึ่งผู้เข้าสอบจะต้องวิดพื้นแล้วเอาอกกดปุ่มไฟเพื่อนับคะแนนครับ จะที่เห็นในภาพประกอบที่แปะไว้ที่สถานีนี่ ไอ้ปุ่มไฟมันใหญ่กว่าที่คิดเยอะเลยนิหว่า ยังงี้คงไม่ยากเท่าไร : )
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ พวกเพื่อนๆผมก็ค่อยๆทยอยมา โชว์หัวเกรียนกันเป็นแถว (ผมเองก็เพิ่งตัดเหมือนกัน) บางคนก็สด ใส่เสื้อนักเรียนมา (เค้าให้ใส่ชุดพละน่ะ) บางคนก็ลืมเอาเอกสารมา บางคนก็ยังไม่ได้ติดรูป ไอกรณีหลังสุดนี่ผมพอให้ความช่วยเหลือได้เพราะติดกาวแท่งมาด้วยหนึ่งหลอด ก็เจรจากันอยู่ครู่ใหญ่ หลายคนก็กลัวไม่ผ่าน หลายคนก็กลัวไม่ผ่าน ผมเองก็กลัวไม่ผ่านเหมือนกัน เอ้อ จะว่าไปยังไม่ได้พูดถึงระเบียบการนี่นา อะ มาเพิ่งพิศกันสักหน่อย
- ดันพื้น 22 ที ในเวลา 2 นาที
- ซิทอัพ 34 ที ในเวลา 2 นาที
- วิ่ง 800 เมตร ในเวลา 3 นาที 15 วินาที
คิดว่ามันง่ายไหมครับ? แล้วจะรู้กันว่าเหตุการ์มันเป็นอย่างไร อะ ต่อๆ
เวลาผ่านไปนานมากๆกว่าผู้กำกับจะมา ผู้สมัครทุกคนก็ไปเข้าแถวกันตามเลขที่ ซึ่งเรียงตามอักษรชื่อจริงน่ะครับ ชื่อผมก็ ก. ไก่ ซะด้วย เลยได้อยู่แผ่นแรก ก็นั่งรอในแถวต่อไปนานเหลือเกินเพราะว่ามีหลายโรงเรียนเค้ามาทดสอบกันในวันนี้ ก็ต้องว่ากันไปตามคิวล่ะครับ และแล้วผู้กับกับก็ให้สัญญานเคลื่อนแถวไป แถวแรกของผมดันไม่ได้ไปเป็นแถวแรก เออ แปลกดีเหมือนกันเว้ยเฮ้ย แล้วจะให้เรียงแถวไปทำปลิงอะไรเนี่ย
อันแรกที่ต้องทำคือยื่นเอกสารครับ จากนั้นเค้าก็จะเช็คข้อมูลของร่างกาย เช่น น้ำหนัก ส่วนสูง ความพิการ รอบอก อะไรยังงี้น่ะครับ ซึ่งอีตอนวัดน่ะเค้าต้องให้ถอดเสื้อออก ก็ไม่ได้ขัดอะไรหรอก แต่ตอนนั้นน่ะมัน 9 โมงกว่าๆ แดดย่างกันสดๆ ถอดเสื้อเสร็จแล้วดันให้รอกลางแดด โอ้ แม่จ้าวตรวจร่างกายไม่ผ่านแล้วมังนี่ มะเร็งแด๊กหนังไปครึ่งตัวแล้วมั้ง
หลังจากเช็คข้อมูลอะไรเสร็จแล้ว เค้าก็ให้เอกสารคืนมาครับ พบว่าผมสูงขึ้นเยอะทีเดียวเจียว (แอบดีใจมากๆ 55+) แล้วก็ได้ยินคนคุยกันว่า ถ้าน้ำหนักกับส่วนสูงไม่สมดุลกัน เค้าจะเรียกว่าน้ำหนักเกินครับ ไม่ต้องทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ให้กลับได้เลย ไอเราก็นึกในใจ แล้วทำไมรุ่นพี่บางคนที่อ้วนสุดๆถึงได้เรียนนะ ตรงนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันครับ บางคนอ้วนๆแล้วผ่านก็มี ไม่รู้ว่าเค้าคำนวณยังไง
รอนานพอสมควรเลยจึงได้เข้าสถานีทดสอบสมรรถภาพร่างกายครับ สถานีแรกเป็นดันพื้น ผมเองก็ซ้อมมานิดๆหน่อยๆเพราะอันนี้ผมไม่ค่อยได้ทำบ่อย พอเอาเข้าจริง ขนาดปุ่มกดมันใหญ่ดีจริงๆ แถมทหารประจำสถานีก็ใจดีด้วยครับ ผมดันพื้นไป 19 ทีเองเค้าก็ให้ผ่านได้แล้ว นึกในใจว่า เออ ดีจริงๆ ได้ออมแรงไว้ซิทอัพอีก ในขณะที่ผมคิดระรื่นบันเทิงอยู่นั้น ก็ไม่ได้รู้ถึงอนาคตของผมเลย..
สถานีต่อไปคือซิทอัพครับ อันนี้ผมไม่ได้ซ้อมมาก่อนเลยเพราะคิดว่ามันไม่ได้ยากเย็นอะไร 34 ทีคงผ่านได้ เหนื่อยหน่อยเท่านั้นเอง แต่ก็จะตั้งใจทำล่ะ พอครูทหารให้สัญญาณเป่านกหวีด ปุ๊บ ผมก็ลงมือซิทอัพ ไม่ลืมหูลืมตา
บึ้ดจ้ำบึ้ด! บึ้ดจ้ำบึ้ด! บึ้ดจ้ำบึ้ด!
ผมซิทอัพไป 6 - 7 ที แล้วจึงนึกได้ว่า ทำไมไอคนจับขาเรามันถึงไม่นับให้เราเลยนะ เลยตะโกนเตือนสติเค้าหน่อย
" เฮ้ย นายๆ นับให้เราไปด้วยสิ "
" 1.. "
สาดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดffff
เอากะมันสิครับ ผมซิทอัพฟรีไป 6 - 7 ที ไม่แค่นั้น มันไม่นับให้ผมอีกหลายครั้ง พร้อมกับเหตุผลว่า ผมไม่เอาศอกสองข้างตีเบาะให้ดัง แปะๆ
โว้ยยยยยย !!! ไอ้ที่ตีดังตุ๊บๆๆนี่แกไม่พอใจใช่มั้ย!!? แกจะเอาแปะๆงั้นสิ? !!
ด้วยประการทั้งหมดทั้งมวลนี้ ผมจึงได้ 24/34 ในสถานีซิทอัพครับ ชะเองเงิงเงย โอ๊เย ปายับปายี้..
เหลือสถานีสุดท้าย คือ วิ่ง 800 ร้อยเมตรรอบสนาม เป็นจำนวนสองรอบครึ่ง ในเวลา 3 นาทีกว่าๆครับ ซึ่งตอนแรกผมคิดว่าคงเหนื่อยน่าดูเท่านั้น ผมจึงมารู้เอาตอนนั้นว่า ผมคิดผิดถนัด - -*
หลังจากได้ยินสัญญาณให้ออกสตาร์ท ผมก็ออกวิ่งเอาลำดับทันทีครับ เพราะกลัวว่าจะไม่ผ่าน จึงตั้งใจจะวิ่งให้ได้ไกลที่สุด อีตอนรอบแรกมันก็ไม่รู้สึกอะไรหรอกครับ ยังคงวิ่งกินลมไปได้เรื่อยๆ พอเริ่มขึ้นรอบที่สอง ถึงเริ่มสำเหนียกในชื่อสนามปราบเซียนของมันครับ - -
ความรู้สึกนั้นไล่จากขาอ่อนบริเวณใกล้สะโพกมาก่อนครับ ว่าเนื้อตึงเหลือเกิน ผมจึงเพิ่งมานึกได้ว่ามันคงเป็นอาการจากที่เพิ่งซิทอัพอัปรีย์มาตั้งแต่เมื่อกี้ จากนั้นความรู้สึกก็มาออที่บริเวณลิ้นปี่ ขาทั้งสองข้างเหมือนจะร้องแข่งกันแย่งอ๊อกซิเจนที่ผมสูดเข้าไปอย่างยากเย็นเหลือเกิน ช่องคอรู้สึกแห้งผากจนหายใจยากยังกะจะพ่นไฟออกมาได้ซะตอนนั้น เท้าทั้งซ้ายขวาเริ่มก่อจลาจลกับสมองของผมและไม่ยอมขยับไปดังที่คิด ใครเลื่อนมาอ่านเอาแค่พารากราฟนี้จะรู้สึกเหมือนอ่านอายชีลด์ 21 ตอนเดธมาร์ชอยู่..
ถึงจะบ่นเวอร์ยังกะเขียนนิยายก็ตาม ผมก็แบกร่างเข้าเส้นชัยในเวลาที่กำหนดจนได้ครับ บอกได้แค่ว่าเหนื่อยจริงๆ ขาทั้งสองข้างไม่รู้สึกอะไรเลยนอกจากร้อน แล้วก็ปวด ที่จุดเส้นชัยมีแทงค์น้ำตั้งไว้ช่วยชีวิตผู้สมัคร แต่ละคนเริ่มแสดงสัญชาตญาณของตน แย่งชิงแก้วน้ำที่มีเพียง 3 ใบ ผมน่ะไม่ได้ไปแย่งอะไรก็เขาหรอก แค่รับผิดชอบชีวิตตัวเองก็จะแย่อยู่แล้ว ขอเชิญพวกพลังชีวิตเยอะแย่งแก้วน้ำกันไปเถอะ - -
ก็จบไปในเวลาประมาณ 11 โมงครึ่ง กับผลคะแนนสอบตกอุบาทว์ที่ได้รับมา และครูทหารก็แจ้งว่า ใครไม่ผ่านให้กลับบ้านได้เลย เป็นตัวสำรองและรอคำสั่งในวันที่ 20 ผมไม่แม้แต่จะสอบถามรายละเอียด แบกชีวิตที่เหลืออยู่คืบคลานผ่านปากซอยไปโบกแท๊กซี่กลับบ้านในทันใด
แล้วก็มาแช่น้ำ ก่อนมาอัพบล๊อกนี่แหละ เอิ๊ก เอิ๊ก
ใครอ่านจบ ตบมือให้ตัวเองดังๆ 1 ที :P
edit @ 2007/06/11 21:14:44